ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมของผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้า บทความนี้จึงจะสรุปข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ไว้ ดังนี้
หัวข้อในบทความ
- ฟิลเลอร์คืออะไร? ทำไมถึงช่วย “เติมเต็ม” ได้
- ฟิลเลอร์ช่วยอะไรบ้าง? รวม “ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์” ที่คนทำบ่อย
- เตรียมตัวยังไงก่อนฉีด และดูแลตัวเองหลังฉีดให้เข้าใจง่าย
- สรุป ฟิลเลอร์ช่วยอะไร และควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจฉีด!
ฟิลเลอร์คืออะไร? ทำไมถึงช่วย “เติมเต็ม” ได้
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) สำหรับเติมเต็มทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูรอนในผิว เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติ และผิวจะเริ่มเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในชั้นผิว SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic) เป็นเนื้อเยื่อบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้า ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นเอ็นยึดผิวต่างๆ เกิดการหย่อนคล้อย หรือยุบตัว การฉีดฟิลเลอร์จึงช่วยเติมเต็มในชั้นผิวที่เสื่อมสภาพนี้ให้กลับมาเรียบเนียน รักษาริ้วรอยร่องลึก และปัญหาผิวต่างๆ บนใบหน้าได้ จุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ ใต้ตา หน้าผาก จมูก ร่องแก้ม ปาก คาง ขมับ โดยแต่ละจุดจะแก้ปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าแตกต่างกัน

ฟิลเลอร์ช่วยอะไรบ้าง? รวม “ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์” ที่คนทำบ่อย
การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยรักษาแก้ปัญหาใบหน้าใน 2 เรื่องหลักๆ คือ ด้านการรักษาปัญหาผิว ริ้วรอย ร่องลึกบนใบหน้า ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวตามอายุ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ผิวเต่งตึง อ่อนเยาว์ และด้านการแก้ไขโครงสร้างใบหน้า
ฟิลเลอร์ช่วยอะไรบ้างในแต่ละจุดบนใบหน้า ได้แก่
- หน้าผาก ช่วยให้เป็นทรงและนูนขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าผากยุบตัว หน้าผากแบน
- จมูก ช่วยให้จมูกมีทรงสวย สำหรับผู้ที่มีปัญหาจมูกทรงไม่สวย แต่ต้องเป็นผู้ที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว
- ร่องแก้ม ช่วยลดริ้วรอยลึก ร่องแก้มตื้นขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ใบหน้าดูแก่กว่าวัย
- ขมับ ช่วยพรางโหนกแก้ม หน้าเรียวได้สัดส่วน ช่วยยกหางตาและหางคิ้วขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มสูง
- ใต้ตา ช่วยลดริ้วรอย ร่องใต้ตา ลดขอบตาคล้ำ ตาดูสว่างขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ร่องใต้ตายุบ ขอบตาคล้ำ มีถุงใต้ตา
- ปาก ช่วยให้ปากอวบอิ่ม ชุ่มชื้น ยกมุมปาก ทรงปากสวย สำหรับผู้ที่มีปัญหามุมปากไม่เท่ากัน มุมปากตก
- คาง ช่วยเติมคาง ปรับคางให้เรียวแบบ V Shape สำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด หรือหน้าสั้น
การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึกบนใบหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีปัญหารอยหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ต้องการปรับแก้ไขโครงสร้างใบหน้า เช่น หน้าผากแบน แก้ไขรูปปาก
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวชุ่มชื้น ดูฉ่ำน้ำ
ผู้ที่ต้องหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์
- ผู้ที่แพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิคแอซิด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา
- สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีปัญหาเลือดหยุดยาก หรือเป็นแผลฟกซ้ำง่าย
- ผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่เป็นเริมหรืองูสวัด

เตรียมตัวยังไงก่อนฉีด และดูแลตัวเองหลังฉีดให้เข้าใจง่าย
เนื่องจากแต่ละคนมีปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะประเมินและวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ความปลอดภัยและให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้ การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเตรียมตัวให้พร้อมก่อน จะส่งผลให้ผลลัพธ์จากการฉีดมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ มีดังนี้
- ให้ความร่วมมือกับแพทย์ในการประเมินใบหน้าก่อน เพื่อที่แพทย์ได้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม
- งดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาละลายลิ่มเลือด และวิตามิน ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวอย่างละเอียด
- งดทายาผลัดเซลล์ผิลบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
- งดการทำเลเซอร์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- หากผิวหนังอักเสบ หรือมีอาการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ ต้องปรีกษาแพทย์ก่อนทำ
หลังฉีดฟิลเลอร์ทันที อาจพบว่ามีอาการบวมแดง เขียวช้ำและคันเล็กน้อยบริเวณจุดที่ฉีด ถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองใน 2-3 วัน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
วิธีดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์มีแนวทาง ดังนี้
- ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ในช่วง 3-6 ชั่วโมงหลังทำ
- ช่วง 48 ชั่วโมงหลังทำ หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด งดกิจกรรมที่ทำให้หน้าร้อนและแดง
- หากมีอาการบวมระบมในคืนแรก สามารถรับประทานยาแก้ปวดที่ได้รับจากคลินิกทุกๆ 4 ชั่วโมง ตามคำแนะนำของแพทย์
- การนอนในคืนแรกๆ ควรนอนในห้องแอร์อุณหภูมิ 18-23 องศาเซลเซียส หนุนหมอนที่ศีรษะอย่างน้อย 2 ใบ ไม่ควรนอนตะแคง เพื่อป้องกันการกดทับใบหน้า
- ในช่วงแรก ไม่ควรกดหรือนวดหน้า ไม่ควรขยับใบหน้ามากเกินไป เพราะอาจจะกระทบกระเทือนต่อฟิลเลอร์ที่อยู่ใต้ผิวหนัง ฟิลเลอร์อาจจะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
- หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้ว ควรดื่มน้ำมากๆ และสม่ำเสมอ ประมาณวันละ 1.5-2 ลิตร เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น เลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีดฟิลเลอร์
หลังฉีดฟิลเลอร์หากมีอาการบวมแดง ช้ำ หรือ คันเล็กน้อย ไม่ถือว่าผิดปกติ แต่หากอาการที่รุนแรงกว่าอาการเบื้องต้น ควรจะไปพบแพทย์ทันที

สรุป ฟิลเลอร์ช่วยอะไร และควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจฉีด!
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ฉีดเติมเข้าไปใต้ผิว เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่ร่างกายสูญเสียไป ฟิลเลอร์จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว ริ้วรอย ร่องลึกใบหน้าหย่อนคล้อย หรือผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ผู้ที่สนใจต้องการฉีดฟิลเลอร์ ต้องเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อประเมินจุดที่เหมาะสมในการฉีด รวมไปถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคล และในการทำหัตถการจะต้องทำโดยแพทย์เท่านั้นทุกครั้ง
ปัจจุบันมีคลินิกที่ให้บริการโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์จำนวนมาก การพิจารณาเลือกคลินิกที่จะฉีดควรเป็นคลีนิกที่ปลอดภัย ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทันสมัยมีมาตรฐาน และมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ให้บริการ เช่นเดียวกับโปรแกรม Filler เติมเต็มหน้าสวย ของ SparSha ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพจากอเมริกาและสวีเดน หลังฉีดจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่น ปรับรูปทรงได้หลากหลาย ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครบเครื่องทั้งคุณภาพ ความใส่ใจ และบริการ


