Radiesse Plus (Filler)

Radiesse Plus (Filler)

Radiesse Plus สารฉีดปรับกรอบหน้า

โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) รีเซ็ตกรอบหน้าชัด Lift & Contour ปลุกความอ่อนเยาว์พร้อมเพิ่มมิติให้ใบหน้า

อายุที่เปลี่ยนไป จะทำให้ผิวและโครงหน้าผิวของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นชั้นผิวเปลี่ยนแปลง ผิวเสื่อมสภาพ คอลลาเจนลดลง ชั้นไขมันยุบ ส่งผลทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย โครงหน้าไม่ชัด จากโครงหน้า V-Shape ก็เปลี่ยนเป็น U-Shape เนื่องจากไม่มีตัวช่วยพยุงโครงสร้างผิวของเราเอาไว้นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างโปรแกรมรีเซ็ตกรอบหน้าชัด Radiesse Plus (RADIESSE+) ที่ช่วยในเรื่องของการปรับโครงหน้าชัด ยกกระชับ กรอบหน้าคม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง พร้อมเผยผลลัพธ์ผิวที่มีคุณภาพในระยะยาวแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) คืออะไร มีจุดเด่นในด้านใดบ้าง สปาชาจะพาไปเจาะลึกทำความรู้จักกับโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) นี้กันค่ะ

Radiesse Plus สารฉีดปรับกรอบหน้า

โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) รีเซ็ตกรอบหน้าชัด Lift & Contour ปลุกความอ่อนเยาว์พร้อมเพิ่มมิติให้ใบหน้า

อายุที่เปลี่ยนไป จะทำให้ผิวและโครงหน้าผิวของเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นชั้นผิวเปลี่ยนแปลง ผิวเสื่อมสภาพ คอลลาเจนลดลง ชั้นไขมันยุบ ส่งผลทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย โครงหน้าไม่ชัด จากโครงหน้า V-Shape ก็เปลี่ยนเป็น U-Shape เนื่องจากไม่มีตัวช่วยพยุงโครงสร้างผิวของเราเอาไว้นั่นเอง

แต่ในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างโปรแกรมรีเซ็ตกรอบหน้าชัด Radiesse Plus (RADIESSE+) ที่ช่วยในเรื่องของการปรับโครงหน้าชัด ยกกระชับ กรอบหน้าคม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง พร้อมเผยผลลัพธ์ผิวที่มีคุณภาพในระยะยาวแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) คืออะไร มีจุดเด่นในด้านใดบ้าง สปาชาจะพาไปเจาะลึกทำความรู้จักกับโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) นี้กันค่ะ

Radiesse Plus (RADIESSE+) คืออะไร?

Radiesse Plus (RADIESSE+) หรือ เรเดียส พลัส คือ สารฉีดปรับกรอบหน้าชัดที่พัฒนาจากรุ่น Radiesse Classic สำหรับฉีดสร้างโครงหน้าผิว เน้นในเรื่องของการปรับกรอบหน้า ทำให้ได้รูปหน้าที่ดูเรียวสวยเป็น V-Shape และมีมิติ พร้อมกับยกกระชับใบหน้าโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ แคลเซียมไฮดรอกซิแอปาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกายมนุษย์ทำให้มีความปลอดภัยและมีโอกาสเกิดการแพ้น้อยมาก และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มยาฉีดตัวแรกที่ได้รับรอง US FDA ในด้านการฉีด Jawline Treatment
นอกจากนี้ โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ไม่เพียงแค่ยกกระชับผิวในทันที แต่ยังช่วยเติมเต็มผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ภายในผิวหนัง ทำให้ใบหน้าดูเต็มและอ่อนเยาว์ขึ้น รวมทั้งยังให้ผลลัพธ์คงทนและดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวด้วย

“RADIESSE+ สร้างโครงหน้าใหม่ ด้วยสารจากภายในตัวเราเองให้ผลลัพธ์ที่สวย คม ชัด”

กลไกการทำงานของ Radiesse Plus (RADIESSE+)

โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) มีส่วนประกอบหลักที่ประกอบด้วย CaHA (Calcium Hydroxylapatite), CMC gel (Sodium carboxy-methylcellulose) และ ยาชา (0.3% Lidocaine) เพื่อบรรเทาความเจ็บระหว่างฉีด เมื่อทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ส่วนประกอบของ CMC Gel จะทำให้ผิวถูกเติมเต็มและปรับกรอบหน้าให้กระชับขึ้นได้ทันที จากนั้นจะค่อยๆ สลายตัว แล้ว CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite จะเริ่มทำหน้าที่สร้างโครงสร้างผิวให้มีความหนาแน่นขึ้น เกิดการกระตุ้น Fibroblast (ไฟโบรบาสต์) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว จึงช่วยให้โครงสร้างผิวของเราดูสุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ผิวแน่นกระชับขึ้น และตัวยามีคุณสมบัติ High viscosity ไม่เกิดการกระจายตัวไปบริเวณอื่น จึงทำให้มีความคงรูปสูง

 

Radiesse Plus (RADIESSE+) คืออะไร

Radiesse Plus (RADIESSE+)
คืออะไร?

Radiesse Plus (RADIESSE+) หรือ เรเดียส พลัส คือ สารฉีดปรับกรอบหน้าชัดที่พัฒนาจากรุ่น Radiesse Classic สำหรับฉีดสร้างโครงหน้าผิว เน้นในเรื่องของการปรับกรอบหน้า ทำให้ได้รูปหน้าที่ดูเรียวสวยเป็น V-Shape และมีมิติ พร้อมกับยกกระชับใบหน้าโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ แคลเซียมไฮดรอกซิแอปาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกายมนุษย์ทำให้มีความปลอดภัยและมีโอกาสเกิดการแพ้น้อยมาก และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มยาฉีดตัวแรกที่ได้รับรอง US FDA ในด้านการฉีด Jawline Treatment
นอกจากนี้ โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ไม่เพียงแค่ยกกระชับผิวในทันที แต่ยังช่วยเติมเต็มผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ภายในผิวหนัง ทำให้ใบหน้าดูเต็มและอ่อนเยาว์ขึ้น รวมทั้งยังให้ผลลัพธ์คงทนและดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวด้วย

 

“RADIESSE+ สร้างโครงหน้าใหม่ ด้วยสารจากภายในตัวเราเองให้ผลลัพธ์ที่สวย คม ชัด”

กลไกการทำงานของ Radiesse Plus (RADIESSE+)

โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) มีส่วนประกอบหลักที่ประกอบด้วย CaHA (Calcium Hydroxylapatite), CMC gel (Sodium carboxy-methylcellulose) และ ยาชา (0.3% Lidocaine) เพื่อบรรเทาความเจ็บระหว่างฉีด เมื่อทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ส่วนประกอบของ CMC Gel จะทำให้ผิวถูกเติมเต็มและปรับกรอบหน้าให้กระชับขึ้นได้ทันที จากนั้นจะค่อยๆ สลายตัว แล้ว CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite จะเริ่มทำหน้าที่สร้างโครงสร้างผิวให้มีความหนาแน่นขึ้น เกิดการกระตุ้น Fibroblast (ไฟโบรบาสต์) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว จึงช่วยให้โครงสร้างผิวของเราดูสุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ผิวแน่นกระชับขึ้น และตัวยามีคุณสมบัติ High viscosity ไม่เกิดการกระจายตัวไปบริเวณอื่น จึงทำให้มีความคงรูปสูง

Radiesse Plus (RADIESSE+) คืออะไร
ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย

Radiesse Plus (RADIESSE+) เหมาะกับใคร?

กลุ่มที่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ได้แก่

  • กลุ่ม Redefine คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 20-30 ปี ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องโครงหน้าไม่ชัด หรือกรอบหน้าไม่ชัด ต้องการสร้างโครงหน้าให้คมชัด มีมิติ
  • กลุ่ม Restoration คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 31-65 ปี ที่มีปัญหาโครงสร้างใบหน้ายุบ รวมไปถึงชั้นกระดูกและไขมันยุบ ใบหน้าดูหย่อนคล้อย แล้วต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัดและดูดีสมวัยมากยิ่งขึ้น

**สรุปให้เข้าใจง่าย โปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากยกกระชับ ปรับโครงหน้าให้คมชัด หรือสร้างมิติให้กับใบหน้าให้ดูคมชัด และดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ผลลัพธ์หลังทำของโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) อยู่ได้นานเท่าไหร่?

หลังทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นใน 3-4 สัปดาห์ โดยที่จะเห็นว่าผิวได้รับการเติมเต็ม หน้ายกกระชับ กรอบหน้าคม โครงหน้าชัด พุ่ง มีมิติขึ้น และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น รวมทั้งคงผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปี

ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย

Radiesse Plus (RADIESSE+) เหมาะกับใคร?

กลุ่มที่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ได้แก่

  • กลุ่ม Redefine คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 20-30 ปี ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องโครงหน้าไม่ชัด หรือกรอบหน้าไม่ชัด ต้องการสร้างโครงหน้าให้คมชัด มีมิติ
  • กลุ่ม Restoration คือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 31-65 ปี ที่มีปัญหาโครงสร้างใบหน้ายุบ รวมไปถึงชั้นกระดูกและไขมันยุบ ใบหน้าดูหย่อนคล้อย แล้วต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัดและดูดีสมวัยมากยิ่งขึ้น

**สรุปให้เข้าใจง่าย โปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากยกกระชับ ปรับโครงหน้าให้คมชัด หรือสร้างมิติให้กับใบหน้าให้ดูคมชัด และดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ผลลัพธ์หลังทำของโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) อยู่ได้นานเท่าไหร่?

หลังทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นใน 3-4 สัปดาห์ โดยที่จะเห็นว่าผิวได้รับการเติมเต็ม หน้ายกกระชับ กรอบหน้าคม โครงหน้าชัด พุ่ง มีมิติขึ้น และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น รวมทั้งคงผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปี

ข้อดีของ Radiesse Plus (RADIESSE+) มีอะไรบ้าง?

  • หลังฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) ผิวจะได้รับการเติมเต็ม และใบหน้าดูคมชัดขึ้น
  • โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) สามารถตั้งทรงได้ดี
  • หลังทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) สามารถเพิ่มมิติของใบหน้าได้แม้ไม่แต่งหน้า
  • โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) มียาชา (Lidocaine) ช่วยลดความเจ็บในระหว่างทำการรักษา
  • สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้
  • คงผลลัพธ์บนใบหน้ายาวนาน 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)
  • มีความปลอดภัย เป็นตัวยาประเภทฉีดตัวแรกที่ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US FDA) ในเรื่อง Jawline Treatment
  • ปรับคุณภาพของผิวให้ดีและแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

Radiesse Plus (RADIESSE+) ต่างจาก โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อย่างไรบ้าง?

Radiesse Plus (RADIESSE+) มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA ซึ่งเนื้อของผลิตภัณฑ์จะมีลักษะมีความหนืด มีความยืดหยุ่นสูง หรือมีความแข็งมากกว่าฟิลเลอร์ เมื่อฉีดแล้วจะยึดเกาะ คงอยู่กับที่ และสร้างโครงได้ดี จึงเหมาะกับการฉีดที่บริเวณ Cheek bone (โหนกแก้ม) และ Jawline (สันกราม) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หน้าคมชัด พุ่ง มีมิติ และช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว จึงได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ส่วนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA ที่จะช่วยเติมเต็มหรือเสริมชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนัง ซึ่งหากเทียบกับ Radiesse Plus (RADIESSE+) ต้องเป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นั้นเนื้อของผลิตภัณฑ์จะมีความยืดหยุ่นต่ำกว่า Radiesse Plus (RADIESSE+) จึงขึ้นรูปง่าย ปั้นทรงได้ตามความต้องการ และมีความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินไปพร้อมกับการเพิ่ม Volume ของผิวหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ละมุน ไม่แข็งทื่อจนเกินไป แต่หากต้องการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า หรือสร้างกรอบหน้าให้มีมิติ อาจต้องใช้ปริมาณจำนวน CC ที่เยอะกว่าการใช้ Radiesse Plus (RADIESSE+) และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดและการดูแลรักษา)

ข้อดีของ Radiesse Plus (RADIESSE+) มีอะไรบ้าง

ข้อดีของ Radiesse Plus (RADIESSE+) มีอะไรบ้าง?

  • หลังฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) ผิวจะได้รับการเติมเต็ม และใบหน้าดูคมชัดขึ้น
  • โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) สามารถตั้งทรงได้ดี
  • หลังทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) สามารถเพิ่มมิติของใบหน้าได้แม้ไม่แต่งหน้า
  • โปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) มียาชา (Lidocaine) ช่วยลดความเจ็บในระหว่างทำการรักษา
  • สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้
  • คงผลลัพธ์บนใบหน้ายาวนาน 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล)
  • มีความปลอดภัย เป็นตัวยาประเภทฉีดตัวแรกที่ผ่านการรับรองจากสหรัฐอเมริกา (US FDA) ในเรื่อง Jawline Treatment
  • ปรับคุณภาพของผิวให้ดีและแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

Radiesse Plus (RADIESSE+) ต่างจาก โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ อย่างไรบ้าง?

Radiesse Plus (RADIESSE+) มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA ซึ่งเนื้อของผลิตภัณฑ์จะมีลักษะมีความหนืด มีความยืดหยุ่นสูง หรือมีความแข็งมากกว่าฟิลเลอร์ เมื่อฉีดแล้วจะยึดเกาะ คงอยู่กับที่ และสร้างโครงได้ดี จึงเหมาะกับการฉีดที่บริเวณ Cheek bone (โหนกแก้ม) และ Jawline (สันกราม) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หน้าคมชัด พุ่ง มีมิติ และช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว จึงได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ส่วนโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA ที่จะช่วยเติมเต็มหรือเสริมชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนัง ซึ่งหากเทียบกับ Radiesse Plus (RADIESSE+) ต้องเป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นั้นเนื้อของผลิตภัณฑ์จะมีความยืดหยุ่นต่ำกว่า Radiesse Plus (RADIESSE+) จึงขึ้นรูปง่าย ปั้นทรงได้ตามความต้องการ และมีความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินไปพร้อมกับการเพิ่ม Volume ของผิวหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ละมุน ไม่แข็งทื่อจนเกินไป แต่หากต้องการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า หรือสร้างกรอบหน้าให้มีมิติ อาจต้องใช้ปริมาณจำนวน CC ที่เยอะกว่าการใช้ Radiesse Plus (RADIESSE+) และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดและการดูแลรักษา)

ข้อดีของ Radiesse Plus (RADIESSE+) มีอะไรบ้าง

ความแตกต่างของ RADIESSE (Classic) VS Radiesse Plus (RADIESSE+) เป็นอย่างไร?

Radiesse (Classic) เป็นนวัตกรรมสารเติมเต็ม Biostimulator ฉีดกระตุ้นเพื่อฟื้นฟูการสร้างเส้นใยตาข่ายให้ผิวใหม่ หรือ Regenerative Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ซึ่งจะเข้าไปฟื้นฟูการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แล้วช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน

Radiesse Plus (RADIESSE+) เป็นการพัฒนาจาก Radiesse (Classic) โดยมีส่วนผสมของยาชาหรือ Lidocaine 0.3% ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด และช่วยเติมเต็มความหนาแน่นชั้นโครงสร้างผิวใหม่ให้แก่ผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

โดยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของ RADIESSE (Classic) VS Radiesse Plus (RADIESSE+) ได้ดังนี้

  • Radiesse (Classic) – ส่วนประกอบหลักคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ไม่มียาชาผสม แต่แพทย์สามารถผสมยาชาเพิ่มได้
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – ส่วนประกอบหลักคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite แต่จะมียาชา (Lidocaine) ผสมอยู่ด้วย 0.3% ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บปวดขณะฉีดได้
  • Radiesse (Classic) – ตัวยาจะมีความหนาแน่น หนืด คงตัวน้อย และกระจายตัวได้ดีกว่ารุ่น Radiesse Plus
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – ตัวยามีคุณสมบัติ High viscosity มีความหนาแน่น หนืด และให้ความเข้มข้นมากกว่า ทำให้ไม่เกิดการกระจายตัวเป็นวงกว้างหรือไปบริเวณอื่น จึงทำให้มีความคงรูปสูง สามารถพยุงผิวได้ดี
  • Radiesse (Classic) – ฉีดเข้าผิวหนังชั้นหนังแท้ แบบไขว้สานกัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – ฉีดเข้าไปในผิวหนังชั้นลึก ในแนวเส้นตรงหรือแนวการ เพื่อยกกระชับ
  • Radiesse (Classic) – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพผิว กระตุ้นครบองค์ประกอบ 5 อย่างของผิว การเติมเต็มริ้วรอยลึก บริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เป็นต้น
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – เหมาะสำหรับการเสริมสร้างโครงหน้าที่ชัดเจน ผู้ที่ต้องการให้รูปหน้ามีกรอบหน้าคมชัด ช่วยให้ใบหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น เหมาะฉีดบริเวณโหนกแก้ม ไลน์กรอบหน้า สันกราม เป็นต้น

Radiesse Plus (RADIESSE+) ทำร่วมกับ Radiesse (Classic) ได้ไหม

สามารถทำพร้อมกันได้ แต่ต้องเป็นการทำหัตถการที่อยู่คนละบริเวณกัน ทั้งนี้ ต้องได้รับการประเมินและคำปรึกษากับแพทย์ก่อน เนื่องจากปัญหาโครงหน้าของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน

Radiesse plus-Info รักษาผิวหน้า

บริเวณที่แนะนำในการทำโปรแกรมฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ได้แก่

  • โหนกแก้ม (Cheek Bone) จะช่วยยกผิวให้มีความกระชับขึ้น และทำให้ใบหน้าดูเฉี่ยวพุ่ง
  • แนวกรอบหน้า (Jawline) จะช่วยลิฟท์กรอบหน้า พร้อมปรับใบหน้าให้ V-Shape
  • คาง (Chin) ช่วยแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัดได้
  • ร่องแก้ม (Nasolabial Folds) ช่วยเติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้น และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง

ทั้งนี้ บริเวณที่ไม่ควรฉีด คือ ระหว่างคิ้ว, รอบดวงตา, จมูก, ริมฝีปาก และรอบบริเวณริมฝีปาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้น ก่อนการทำหัตถการจะต้องให้แพทย์ประเมินปัญหาที่ต้องการแก้ไขอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

โปรแกรมรีเซ็ตกรอบหน้าชัด RESET(+) Lift & Contour มี 3 จุดเด่นที่จะช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์ ดังนี้

  • Lifting ยกกระชับให้โครงหน้าชัดทันที
  • Contour สร้างกรอบหน้าให้พุ่ง มีมิติ คมชัดทันที ด้วยการสร้างเส้น Z Line Lift & Contour ลากตัดขอบที่ Cheek bone & Jawline
  • Now & Long After กระตุ้นการสร้างโครงสร้างหน้า โดยผ่านกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย หรือ Body Natural Process ในการสร้างองค์ประกอบของโครงสร้างผิวที่ช่วยยกกระชับและคอนทัวร์ ผลลัพธ์ยาวนาน 2 ปี
  • ช่วยปรับกรอบหน้าให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวให้มีความแข็งแรงในระยะยาว
  • ช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย เปลี่ยน U-Shape ให้กลายเป็น V-Shape
  • ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
  • ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มผิวให้ดูอิ่มฟูและกระชับขึ้น
  • ช่วยให้สันกรามให้ดูคมขึ้น เป็นทรง หรือในผู้ชายที่ต้องการให้ใบหน้าดูคมเข้ม

หลังฉีดทันทีตัวยาจะเข้าไปเติมเต็มผิวและออกฤทธิ์ยกกระชับผิว ทำให้ร่องลึกเริ่มตื้นขึ้น และริ้วรอยจางลง ซึ่งผลลัพธ์จะชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ 1-3 เดือน โดยผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผิวแน่นกระชับ และยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งโครงสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะคงอยู่ในระยะยาว และมีคอลลาเจนหนาแน่น แข็งแรง ผิวดูสุขภาพดีคงผลลัพธ์ได้ยั่งยืนยาวนานถึง 1-2 ปี ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมทั้งตำแหน่งที่ฉีด คุณภาพผิวเดิม และอายุของผู้ฉีดด้วย

ผลลัพธ์การทำ RADIESSE Plus (RADIESSE+)

  • Radiesse (Classic) – ผลลัพธ์หลังฉีดจะเน้นในเรื่องของการเติมเต็มผิวให้มีความอิ่มฟู ลดริ้วรอยร่องลึก ปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – ผลลัพธ์หลังฉีดจะเด่นในเรื่องของการยกกระชับผิว ช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับ มีความแน่น เก็บกรอบหน้าให้มีความคมชัด มีมิติ และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือประวัติการรักษาที่ได้รับก่อนหน้านี้
  2. งดรับประทานยาที่ก่อให้เกิดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยากลุ่ม NSAID อย่างแอสไพริน วาร์ฟาริน หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับการรักษา
  3. งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  5. งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) เพื่อป้องกันการอักเสบ
  6. งดการทำหัตถการอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดแผลในบริเวณใบหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  7. แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+)

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีด และจะหายได้เองภายใน 72 ชั่วโมง
  2. เมื่อสัมผัสบริเวณที่ฉีดอาจจะรู้สึกเป็นก้อนได้ แต่จะลดลงภายใน 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
  3. หลีกเลี่ยงการแตะ จับ ลูบ หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) จนกว่าผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะปิดสนิทดี
  4. งดการแต่งหน้าหลังฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ประมาณ 12 ชั่วโมง
  5. หากมีรอยช้ำ สามารถประคบเย็นในวันแรกหลังการรักษา จากนั้นให้ประคบอุ่น รวมทั้งสามารถรับประทานยาที่ช่วยลดอาการช้ำได้
  6. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  7. หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ เกิดขึ้นหลังเข้ารับการรักษา ให้รีบกลับมาพบแพทย์

ข้อห้าม/ข้อควรระวัง สำหรับฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. งดฉีดในผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  3. ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้ยาช
  4. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีแนวโน้มเกิดการอักเสบง่าย หรือมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอย์สูง
  5. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
  6. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังใกล้เคียงกับบริเวณที่ต้องทำการรักษา
  7. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง หรือสิวหัวช้าง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

ผลลัพธ์การทำ RADIESSE Plus (RADIESSE+)

  • Radiesse (Classic) – ผลลัพธ์หลังฉีดจะเน้นในเรื่องของการเติมเต็มผิวให้มีความอิ่มฟู ลดริ้วรอยร่องลึก ปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • Radiesse Plus (RADIESSE+) – ผลลัพธ์หลังฉีดจะเด่นในเรื่องของการยกกระชับผิว ช่วยให้ผิวเฟิร์มกระชับ มีความแน่น เก็บกรอบหน้าให้มีความคมชัด มีมิติ และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือประวัติการรักษาที่ได้รับก่อนหน้านี้
  2. งดรับประทานยาที่ก่อให้เกิดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยากลุ่ม NSAID อย่างแอสไพริน วาร์ฟาริน หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับการรักษา
  3. งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  5. งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก่อนฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+) เพื่อป้องกันการอักเสบ
  6. งดการทำหัตถการอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดแผลในบริเวณใบหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  7. แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+)

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีด และจะหายได้เองภายใน 72 ชั่วโมง
  2. เมื่อสัมผัสบริเวณที่ฉีดอาจจะรู้สึกเป็นก้อนได้ แต่จะลดลงภายใน 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
  3. หลีกเลี่ยงการแตะ จับ ลูบ หรือสัมผัสผิวบริเวณที่ฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) จนกว่าผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะปิดสนิทดี
  4. งดการแต่งหน้าหลังฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+) ประมาณ 12 ชั่วโมง
  5. หากมีรอยช้ำ สามารถประคบเย็นในวันแรกหลังการรักษา จากนั้นให้ประคบอุ่น รวมทั้งสามารถรับประทานยาที่ช่วยลดอาการช้ำได้
  6. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  7. หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ เกิดขึ้นหลังเข้ารับการรักษา ให้รีบกลับมาพบแพทย์

ข้อห้าม/ข้อควรระวัง สำหรับฉีดโปรแกรม Radiesse Plus (RADIESSE+)

  1. งดฉีดในผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
  3. ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้ยาช
  4. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีแนวโน้มเกิดการอักเสบง่าย หรือมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอย์สูง
  5. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
  6. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังใกล้เคียงกับบริเวณที่ต้องทำการรักษา
  7. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง หรือสิวหัวช้าง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด Radiesse Plus (RADIESSE+)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

Ultra Lifting ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformerคืออะไร เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า