Sculptra คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว (Filler)

Sculptra คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว (Filler)

Sculptra คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว

Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน
ย้อนคืนผิวเด็ก ผิวนุ่มเด้ง เปล่งปลั่งอย่างมีคุณภาพ

โปรแกรม Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

แน่นอนว่าเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ก็คงจะเป็นใบหน้าของเราที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของเราก็จะเริ่มลดลง โดยปกติร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อมีอายุประมาณ 45 ปี การสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลงมากขึ้น จึงทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าผิวมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเดิม เนื่องจากคอลลาเจนนั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพยุงโครงสร้างของผิว เมื่อคอลลาเจนลดลงก็จะทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเสียรูปทรงได้

ปัจจุบันวงการแพทย์ด้านความงามจึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมการฟื้นฟูผิวแบบใหม่ด้วยโปรแกรม Sculptra ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ส่งผลทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับเต่งตึง ผิวแข็งแรง แลดูอ่อนกว่าวัยขึ้นนั่นเอง

Sculptra คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว

Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน
ย้อนคืนผิวเด็ก ผิวนุ่มเด้ง เปล่งปลั่งอย่างมีคุณภาพ

โปรแกรม Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

แน่นอนว่าเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ก็คงจะเป็นใบหน้าของเราที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของเราก็จะเริ่มลดลง โดยปกติร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อมีอายุประมาณ 45 ปี การสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลงมากขึ้น จึงทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าผิวมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเดิม เนื่องจากคอลลาเจนนั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพยุงโครงสร้างของผิว เมื่อคอลลาเจนลดลงก็จะทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเสียรูปทรงได้

ปัจจุบันวงการแพทย์ด้านความงามจึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมการฟื้นฟูผิวแบบใหม่ด้วยโปรแกรม Sculptra ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ส่งผลทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับเต่งตึง ผิวแข็งแรง แลดูอ่อนกว่าวัยขึ้นนั่นเอง

“Sculptra มอบผิวใหม่ฉ่ำเด้ง คืนผิวเด็กแบบก้าวกระโดด กระตุ้นการสร้าง Collagen Type 1 ได้สูงถึง 66.5% ผลลัพธ์ยาวนานกว่า 2 ปี”

นวัตกรรม Sculptra คืออะไร? กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวได้อย่างไร?

Sculptra คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งถือว่าเป็น The First & Original Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดย Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปยังส่วนลึกของชั้นผิวหนังแท้อนุภาค PLLA จะกระจายไปทั่วผิว โดยอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณเซลล์ไฟโบรบาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนและช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวภายใน ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของโปรแกรม Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Collagen (คอลลาเจน) องค์ประกอบสำคัญของผิวก่อน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง ที่จะช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น และผิวแก่ก่อนวัย

  • ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวให้เต่งตึง
  • เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านของผิว
  • ช่วยให้โครงสร้างชั้นผิวภายในมีความแข็งแรง
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว
  • ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เจริญเติบโต

ในร่างกายของคนเราจะมีคอลลาเจนด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่สำคัญสามารถพบได้บ่อยและควรรู้จักมีด้วยกัน 5 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีความแข็งและยืดหยุ่นได้ดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • คอลลาเจน Type 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจะพบมากในผิวหนัง ผนังหลอดเลือด และเส้นเอ็น มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เนื่อเยื่อฉีดขาด ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย
  • คอลลาเจน Type 2 (Collagen Type II) เป็นคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Type 1 ซึ่งจะพบมากในกระดูกและข้อต่อ ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน กระตุ้นการให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรองรับน้ำหนักและข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวสะดวก และลดการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ
  • คอลลาเจน Type 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากอยู่ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งมักพบร่วมกับคอลลาเจน Type 1 แต่พบในอัตราส่วนที่น้อยกว่า และไม่แข็งแรงเท่ากับคอลลาเจน Type 1 ซึ่งจะช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • คอลลาเจน Type 4 (Collagen Type IV) เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบมากในบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด
  • คอลลาเจน Type 5 (Collagen Type V) เป็นคอลลาเจนที่พบในกระจกตา เส้นผม ผิวหนัง และในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และช่วยจัดเรียงเซลล์ผิวให้เป็นระเบียบ

จะเห็นว่าคอลลาเจน Type 1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผิวหนัง และเป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อผิวหนังที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุด แต่ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว 1-2 % ต่อปี และเมื่ออายุ 45 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ผิวแห้งกร้าน และมีร่องลึกมากขึ้น Sculptra จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือนนั่นเอง

ทำความรู้จัก Collagen (คอลลาเจน) คืออะไร? มีความสำคัญต่อผิวอย่างไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของโปรแกรม Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Collagen (คอลลาเจน) องค์ประกอบสำคัญของผิวก่อน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง ที่จะช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น และผิวแก่ก่อนวัย

ความสำคัญของคอลลาเจนที่มีต่อผิวหนัง ได้แก่

  • ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวให้เต่งตึง
  • เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านของผิว
  • ช่วยให้โครงสร้างชั้นผิวภายในมีความแข็งแรง
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว
  • ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เจริญเติบโต
Sculptra มอบผิวใหม่ฉ่ำเด้ง

Sculptra มอบผิวใหม่ฉ่ำเด้ง

สำหรับ PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder โดยจะบรรจุอยู่ภายในขวด ซึ่งกระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง มีดังนี้

  • Sculptra จะต้องถูกผสมด้วย Sterile Water ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
  • เมื่อทำการฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกแล้ว ตัวยาจะเริ่มกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิวบริเวณที่ฉีด
  • ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเติมเต็มและอิ่มฟูทันทีหลังการฉีด Sculptra เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไป
  • หลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของ Sculptra ซึ่งอาจจะทำให้เห็นร่องลึก หรือริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
  • ต่อมา Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของ Sculptra จำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ที่เป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
  • หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของ Sculptra จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน จึงช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว
  • Sculptra สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมทั้งช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนานกว่า 25 เดือน

 Sculptra บำรุงผิวหน้า

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขึ้น
  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ตื้นขึ้น
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและนุ่มชุ่มชื้น
  • ผิวแข็งแรง ดูแน่นอิ่มฟู ไม่หยาบกร้าน

 Sculptra บำรุงผิวหน้า เหมาะกับใคร

Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งช่วยทำให้ผิวดูยกกระชับ ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า Sculptra ตอบโจทย์กับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวมีริ้วรอย และต้องการจัดการกับปัญหาผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น โดยผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดด้วยนวัตกรรม Sculptra ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ผิวมีริ้วรอยที่เห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี

สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งด้วยกัน โดยหลัก ๆ จะนิยมทำการฉีดบริเวณ ขมับ หน้าแก้ม (Midface) ใต้โหนกแก้มด้านข้าง กรอบหน้า นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ไม่แนะให้ฉีดเข้าไปตรง ๆ ในบางตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณหน้าผาก, จมูก, ใต้ตา, ร่องแก้ม, ปาก, ร่องน้ำหมาก เป็นต้น

ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Sculptra ผิวของเราจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผิว ดังนี้
  • รู้สึกถึงผิวที่ตึงกระชับขึ้น
  • ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น
  • ผิวแน่น อิ่มฟู ดูเรียบเนียน
  • บริเวณของผิวที่ขาด volume จะค่อยๆ เต็มขึ้น
  • ริ้วรอยลดเลือนลง และรอยยับบนใบหน้าตื้นขึ้น
  • ผิวแข็งแรงขึ้น มีความยืดหยุ่นดีขึ้น

ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra นั้นจะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยจะเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

  1. เข้ารับการประเมินปัญหาและสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทำการฉีดจริง
  2. ก่อนทำการฉีด แพทย์จะแปะยาชาเป็นเวลาประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการแสบในขณะที่ฉีด
  3. ระหว่างรอยาชาแพทย์จะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยการผสม Sculptra เข้ากับ Sterile water เพื่อพร้อมใช้งาน
  4. แพทย์จะทำการฉีด Sculptra ที่พร้อมใช้แล้วลงใต้ชั้นผิว 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ซึ่งจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีที่สุด
  5. เมื่อฉีดเสร็จอาจมีรอยเข็ม และมีอาการบวมซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการนวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น

คำแนะนำหลังฉีด Sculptra (Filler)

หลังจากฉีด Sculptra ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple 5 เพื่อให้อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้า และไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 จะเป็นการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน (5 ครั้ง 5 นาที 5 วัน) ซึ่งแนะนำให้นวดทันทีหลังฉีด โดยการนวดลงน้ำหนักมือเป็น Vector ตามแนวกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการนวดมีด้วยกัน 4 Step ดังนี้

  • Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้กำปั้นค่อย ๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปด้านข้างขมับ
  • Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบไปบริเวณหน้าแก้มทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปข้าง ๆ แก้ม โดยที่ยังนวดอยู่ไม่หยุด
  • Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณข้าง ๆ แก้ม แล้วค่อย ๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นบนไปจนถึงโหนกแก้ม ให้ทำซ้ำไปมาหลาย ๆ รอบ
  • Step 4 ทำมือแบบ Step 2 โดยยกนิ้วโป้งขึ้น นวดเริ่มจากบริเวณคางไล่ไปเรื่อย ๆ ตามแนวกรามของกรอบหน้าด้านข้าง

เปรียบเทียบ Sculptra กับการรักษาด้วยโปรแกรมอื่นๆ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

 Sculptra กับ ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไรเปรียบเทียบ Sculptra กับ ฟิลเลอร์

Sculptra คือ สาร PLLA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ โดยจะกระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen type 1 มากขึ้นถึง 66.5% ช่วยบำรุงผิวจากโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน พร้อมช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเรียบเนียนให้กับผิว เริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป จะเห็นผลชัดเจนที่ประมาณ 2-3 เดือน และสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 25 เดือน
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติเด่นช่วยเติมเต็มและเพิ่ม volume ให้ผิวอย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยต่างๆ และร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูเรียบเนียน ผิวชุ่มชื้น พร้อมปรับรูปหน้าให้มีมิติยิ่งขึ้น เห็นผลได้ทันทีหลังทำ โดยสามารถคงผลลัพธ์ยาวนานถึง 6-12 เดือน

 Sculptra กับ Radiesse ต่างกันอย่างไร

สำหรับ Sculptra จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น การฉีดสารชนิดนี้จึงช่วยให้ผิวหนังเกิดความกระชับ เรียบเนียน ยืดหยุ่น และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
ในส่วนของ Radiesse เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลัก คือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของสารกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกับ Sculptra แต่จะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน โดย Sculptra จะออกฤทธิ์ไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ส่งสัญญาณไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast เพื่อสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แต่ Radiesse จะเข้าไปจับกับ Fibroblast โดยตรง เพื่อกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังที่มีการยุบตัวให้กลับมาเต็มขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวแน่นเฟิร์มกระชับ และมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้นนั่นเอง

ในร่างกายของคนเราจะมีคอลลาเจนด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่สำคัญสามารถพบได้บ่อยและควรรู้จักมีด้วยกัน 5 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีความแข็งและยืดหยุ่นได้ดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • คอลลาเจน Type 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจะพบมากในผิวหนัง ผนังหลอดเลือด และเส้นเอ็น มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เนื่อเยื่อฉีดขาด ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย
  • คอลลาเจน Type 2 (Collagen Type II) เป็นคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Type 1 ซึ่งจะพบมากในกระดูกและข้อต่อ ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน กระตุ้นการให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรองรับน้ำหนักและข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวสะดวก และลดการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ
  • คอลลาเจน Type 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากอยู่ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งมักพบร่วมกับคอลลาเจน Type 1 แต่พบในอัตราส่วนที่น้อยกว่า และไม่แข็งแรงเท่ากับคอลลาเจน Type 1 ซึ่งจะช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • คอลลาเจน Type 4 (Collagen Type IV) เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบมากในบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด
  • คอลลาเจน Type 5 (Collagen Type V) เป็นคอลลาเจนที่พบในกระจกตา เส้นผม ผิวหนัง และในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และช่วยจัดเรียงเซลล์ผิวให้เป็นระเบียบ

จะเห็นว่าคอลลาเจน Type 1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผิวหนัง และเป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อผิวหนังที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุด ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วยอายุ 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว 1-2 % ต่อปี และเมื่ออายุ 45 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ผิวแห้งกร้าน และมีร่องลึกมากขึ้น Sculptra จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือนนั่นเอง

Sculptra คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งถือว่าเป็น The First & Original Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดย Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปยังส่วนลึกของชั้นผิวหนังแท้อนุภาค PLLA จะกระจายไปทั่วผิว โดยอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนและช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวภายใน ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder โดยจะบรรจุอยู่ภายในขวด ซึ่งกระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง มีดังนี้

  • Sculptra จะต้องถูกผสมด้วย Sterile Water ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
  • เมื่อทำการฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกแล้ว ตัวยาจะเริ่มกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิวบริเวณที่ฉีด
  • ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเติมเต็มและอิ่มฟูทันทีหลังการฉีด Sculptra เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไ
  • หลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของ Sculptra ซึ่งอาจจะทำให้เห็นร่องลึก หรือริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
  • ต่อมา Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของ Sculptra จำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ที่เป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
  • หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของ Sculptra จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน จึงช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว
  • Sculptra สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมทั้งช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนานกว่า 25 เดือน
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขึ้น
  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เต็มเติมริ้วรอยร่องลึกให้ตื้น
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและนุ่มชุ่มชื้น
  • ผิวแข็งแรง ดูอิ่มฟู ไม่หยาบกร้าน

Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งช่วยทำให้ผิวดูยกกระชับ ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า Sculptra ตอบโจทย์กับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวมีริ้วรอย และต้องการจัดการกับปัญหาผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น โดยผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดด้วยนวัตกรรม Sculptra ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ผิวมีริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี

สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งด้วยกัน โดยหลัก ๆ จะนิยมทำการฉีดบริเวณ ขมับ หน้าแก้ม (Midface) ใต้โหนกแก้มด้านข้าง กรอบหน้า นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ไม่แนะให้ฉีดเข้าไปตรง ๆ ในบางตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณหน้าผาก, จมูก, ใต้ตา, ร่องแก้ม, ปาก, ร่องน้ำหมาก เป็นต้น

จำนวนการรักษาด้วย Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากปัญหาของสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จำนวนครั้งที่ต้องทำก็อาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งโดยทั่วไปหากเป็นผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มากนัก ควรฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ หรือแนะนำให้ฉีดตามช่วงอายุ 10 ปี ต่อการฉีด Sculptra 1 ขวด เช่น ถ้ามีอายุ 30 ปี แนะนำให้ฉีด 3 ขวด โดยแบ่งฉีด 1 ขวดต่อ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของแพทย์ผู้ประเมินและพิจารณา

หลังจากฉีด Sculptra ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple 5 เพื่อให้อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้า และไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 จะเป็นการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน (5 ครั้ง 5 นาที 5 วัน) ซึ่งแนะนำให้นวดทันทีหลังฉีด โดยการนวดลงน้ำหนักมือเป็น Vector ตามแนวกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการนวดมีด้วยกัน 4 Step ดังนี้

  • Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้กำปั้นค่อย ๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปด้านข้างขมับ
  • Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบไปบริเวณหน้าแก้มทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปข้าง ๆ แก้ม โดยที่ยังนวดอยู่ไม่หยุด
  • Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณข้าง ๆ แก้ม แล้วค่อย ๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นบนไปจนถึงโหนกแก้ม ให้ทำซ้ำไปมาหลาย ๆ รอบ
  • Step 4 ทำมือแบบ Step 2 โดยยกนิ้วโป้งขึ้น นวดเริ่มจากบริเวณคางไล่ไปเรื่อย ๆ ตามแนวกรามของกรอบหน้าด้านข้าง
  1. เข้ารับการประเมินปัญหาและสภาพผิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดจริง
  2. ก่อนทำการฉีด แพทย์จะแปะยาชาเป็นเวลาประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการแสบในขณะที่ฉีด
  3. ระหว่างรอยาชาแพทย์จะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยการผสม Sculptra เข้ากับ Sterile water เพื่อพร้อมใช้งาน
  4. แพทย์จะทำการฉีด Sculptra ที่พร้อมใช้แล้วลงใต้ชั้นผิว 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ซึ่งจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีที่สุด
  5. เมื่อฉีดเสร็จอาจมีรอยเข็ม และมีอาการบวมซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการนวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น

ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Sculptra

ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra จะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra

  • งดการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่น ๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นต้น ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันอาการพกช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนเข้ารับการรักษา
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด
  • ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

ข้อปฎิบัติการดูแลตัวเองหลังทำ Sculptra

  • สามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
  • งดการแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
  • งดการอบซาวน่า การอบไอน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการโดนความร้อน สัมผัสแสงแดดและแสงยูวี เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ หลังจากฉีด Sculptra ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการออกกำลังกายหักโหม ประมาณ 2-3 วัน
  • ควรนวดหน้าตามหลัก Triple 5 เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า

ข้อควรระวัง/
ข้อห้ามในการรักษาด้วย Sculptra

ข้อห้ามหรือควรระวังที่ไม่เหมาะสำหรับฉีดให้กับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA (Poly-L-Lactic acid)
  • มีประวัติ multiple severe allergies และมีอาการแพ้ที่รุนแรง (anaphylactic shock)
  • ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อของผิวหนังบริเวณทที่ฉีด เช่น สิว เริม ก้อนซีสต์ หรือผดผื่นอักเสบ
  • มีประวัติ keloids and hypertrophic scars
  • ผู้ที่มีประวัติฉีดสารซิลิโคน หรือ Permanent filler บริเวณใบหน้า

ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Sculptra

ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra จะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra

  • งดการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่น ๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นต้น ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันอาการพกช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนเข้ารับการรักษา
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด
  • ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

ข้อปฎิบัติการดูแลตัวเองหลังทำ Sculptra

  • สามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
  • งดการแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
  • งดการอบซาวน่า การอบไอน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการโดนความร้อน สัมผัสแสงแดดและแสงยูวี เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ หลังจากฉีด Sculptra ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการออกกำลังกายหักโหม ประมาณ 2-3 วัน
  • ควรนวดหน้าตามหลัก Triple 5 เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า

ข้อควรระวัง/
ข้อห้ามในการรักษาด้วย Sculptra

ข้อห้ามหรือควรระวังที่ไม่เหมาะสำหรับฉีดให้กับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA (Poly-L-Lactic acid)
  • มีประวัติ multiple severe allergies และมีอาการแพ้ที่รุนแรง (anaphylactic shock)
  • ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อของผิวหนังบริเวณทที่ฉีด เช่น สิว เริม ก้อนซีสต์ หรือผดผื่นอักเสบ
  • มีประวัติ keloids and hypertrophic scars
  • ผู้ที่มีประวัติฉีดสารซิลิโคน หรือ Permanent filler บริเวณใบหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

Ultra Lifting ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformerคืออะไร เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า