เรามา แบ่งสัดส่วน บนจานอาหาร กันเถอะ

การ แบ่งสัดส่วน บนจานอาหาร
หัวข้อในบทความ

เรามา แบ่งสัดส่วน บนจานอาหาร กันเถอะ

เรามา แบ่งสัดส่วน บนจานอาหาร กันเถอะ.. เคล็ดลับง่าย ๆ ในการเลือกกินให้สมดุล เพื่อดูแลสุขภาพและรูปร่างอย่างยั่งยืน กับสปาชา

การดูแลรูปร่างให้ได้ผลอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการต้องอดอาหาร หรืองดอาหารบางประเภทอย่างเคร่งครัดเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือ การเรียนรู้ที่จะเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ทั้งในเรื่องของชนิดอาหาร ปริมาณ และสัดส่วนของสารอาหารในแต่ละมื้อ

หนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คือ “การแบ่งสัดส่วนอาหารบนจาน” เพราะเพียงแค่เรามองอาหารบนจาน ก็สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่า ในมื้อนั้นเรารับประทานผัก คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่

แนวทางนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้การเลือกรับประทานอาหารเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องนับแคลอรีทุกมื้อ หรือรู้สึกว่าการดูแลรูปร่างเป็นเรื่องยุ่งยาก

สำหรับผู้ที่กำลังดูแลรูปร่างร่วมกับ สปาชา (SPASHA) การให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารก็ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ควรใส่ใจ เพราะการดูแลรูปร่างที่ดีควรพิจารณาทั้งการรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย การพักผ่อน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยรวมควบคู่กันไป

เรามาแบ่งสัดส่วนบนจานอาหารกันเถอะ

แบ่งจานง่าย ๆ ด้วยหลัก ½ : ¼ : ¼

หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจัดจานอาหารอย่างไร ลองใช้หลักง่าย ๆ คือ แบ่งจานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ผักและผลไม้ประมาณครึ่งจาน คาร์โบไฮเดรตประมาณหนึ่งในสี่ และโปรตีนประมาณหนึ่งในสี่

การแบ่งสัดส่วนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะต้องตวงอาหารอย่างเคร่งครัดทุกมื้อ แต่เป็นแนวทางง่าย ๆ สำหรับใช้กะปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้มีความสมดุลมากขึ้น

½ จาน หรือประมาณ 50% : ผักและผลไม้

เริ่มต้นจาก ครึ่งหนึ่งของจาน ให้เน้นเป็นผักและผลไม้ โดยสามารถปรับสัดส่วนตามความเหมาะสมและความชอบของแต่ละคนได้ เช่น เพิ่มผักเป็นหลัก แล้วรับประทานผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลือกผักหลากหลายชนิดเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่แตกต่างกัน

ผักที่สามารถนำมารับประทานได้ เช่น

  • ผักใบเขียว
  • บรอกโคลี
  • กะหล่ำปลี
  • แครอท
  • ฟักทอง
  • มะเขือเทศ
  • เห็ด
  • ผักประเภทหัวต่าง ๆ

ส่วนผลไม้ ควรเลือกชนิดที่มีรสหวานไม่จัด และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ชมพู่ ส้ม หรือผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่รับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานสูงเพิ่มเติม

การเพิ่มผักในมื้ออาหารยังช่วยเพิ่มความหลากหลายของอาหาร และทำให้มื้ออาหารมีองค์ประกอบที่สมดุลมากขึ้น

¼ จาน หรือประมาณ 25% : คาร์โบไฮเดรตและธัญพืช

หลายคนเมื่อเริ่มลดน้ำหนักมักเข้าใจว่า “ต้องงดแป้ง” แต่ในความเป็นจริง คาร์โบไฮเดรตยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีกิจกรรมทางกายและต้องใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การตัดคาร์โบไฮเดรตออกทั้งหมด แต่เป็นการเลือกชนิดและควบคุมปริมาณให้เหมาะสม

ลองเลือกคาร์โบไฮเดรตจากแหล่งที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น

  • ข้าวกล้อง
  • ข้าวซ้อมมือ
  • ข้าวไรซ์เบอร์รี
  • ข้าวโอ๊ต
  • ขนมปังโฮลวีต
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ผลิตภัณฑ์จากธัญพืชต่าง ๆ

โดยหลักง่าย ๆ คือให้คาร์โบไฮเดรตอยู่ที่ประมาณ หนึ่งในสี่ของจาน แล้วปรับปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการพลังงาน กิจกรรมทางกาย และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

เพราะการดูแลรูปร่างไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการ “งด” แต่สามารถเริ่มจากการ “เลือก” และ “แบ่งปริมาณ” ให้เหมาะสมได้เช่นกัน

¼ จาน หรือประมาณ 25%  โปรตีนคุณภาพดี

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของจานอาหาร คือ โปรตีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะการสร้างและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

สำหรับมื้ออาหารทั่วไป สามารถเลือกแหล่งโปรตีนที่มีไขมันไม่สูง เช่น

  • ปลา
  • เนื้ออกไก่หรือไก่ไม่ติดหนัง
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • ไข่
  • เต้าหู้
  • ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว
  • นมไขมันต่ำ
  • โยเกิร์ตที่มีน้ำตาลไม่สูง

หากเลือกเป็นเนื้อสัตว์ สามารถใช้หลักกะปริมาณด้วยสายตา เช่น เนื้อสัตว์ประมาณ 80 กรัม จะมีขนาดใกล้เคียงกับไพ่หนึ่งสำรับ ทั้งนี้ ปริมาณที่เหมาะสมจริง ๆ อาจแตกต่างกันตามอายุ เพศ น้ำหนักตัว กิจกรรมทางกาย และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

ไม่ใช่แค่ “กินน้อย” แต่ต้อง “กินให้เป็น”

การดูแลรูปร่างไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกินให้น้อยที่สุด แต่ควรให้ความสำคัญกับ คุณภาพและปริมาณของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน

บางครั้งอาหารในจานอาจมีปริมาณไม่มาก แต่หากเป็นอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือพลังงานสูง ก็อาจได้รับพลังงานมากกว่าที่คาดไว้ได้ ในทางกลับกัน การเลือกอาหารที่มีผัก โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่เหมาะสม อาจช่วยให้เราจัดมื้ออาหารได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ดังนั้น ก่อนรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ลองใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีมองจานของตัวเองแล้วถามว่า

“จานนี้มีผักเพียงพอหรือยัง?”
“คาร์โบไฮเดรตมากเกินไปหรือไม่?”
“มีแหล่งโปรตีนที่เหมาะสมหรือยัง?”

เพียงเท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการสร้างพฤติกรรมการกินที่ดีได้แล้ว

ถ้าอยากดูแลรูปร่าง อย่าลืมมองภาพรวม

การควบคุมน้ำหนักหรือการดูแลรูปร่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว และไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ด้วยตัวเองอย่างมหัศจรรย์ สิ่งสำคัญคือ พฤติกรรมโดยรวมที่ทำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการจัดสัดส่วนอาหารแล้ว ควรใส่ใจเรื่องอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้หลากหลาย การเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม การพักผ่อนให้เพียงพอ และการดูแลสุขภาพโดยรวม

นี่จึงเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการดูแลรูปร่างในแบบของ สปาชา (SPASHA) ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพราะการมีรูปร่างที่ต้องการไม่ได้ควรเกิดจากการฝืนตัวเองในระยะสั้น แต่ควรเป็นการสร้างแนวทางที่สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

สปาชาชวนเริ่มต้นดูแลรูปร่างจากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว

การเริ่มต้นดูแลรูปร่างไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันจันทร์ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเวลาว่าง และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างในวันเดียว

เพียงเริ่มจากมื้ออาหารตรงหน้า

ลองแบ่งจานให้มีผักและผลไม้ในสัดส่วนที่เหมาะสม เลือกคาร์โบไฮเดรตในปริมาณพอดี เติมโปรตีนคุณภาพดี และลดอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือพลังงานสูงเมื่อรับประทานเป็นประจำ

จากนั้นค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะการดูแลรูปร่างที่ดี ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะลดได้เร็วที่สุด แต่คือการค้นหาแนวทางที่เหมาะกับตัวเรา และสามารถทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว

สปาชา ขอเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลรูปร่าง พร้อมชวนทุกคนเริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

วันนี้ก่อนจะรับประทานอาหารมื้อต่อไป… ลองมองจานของตัวเอง แล้วมาแบ่งสัดส่วนกันเถอะค่ะ

½ จาน ผักและผลไม้ | ¼ จาน คาร์โบไฮเดรต | ¼ จาน โปรตีน

เพราะสุขภาพและรูปร่างที่ดี อาจเริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด…เริ่มต้นจาก “จานอาหาร” ของเราในวันนี้ค่ะ

 

เมนูเพื่อสุขภาพ Low Calorie Crepe เครปไข่ขาว

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

บทความจากทีมแพทย์ของเรา

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

Ultra Lifting ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformerคืออะไร เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า