สปาน้ำนมเพิ่มความชุ่มชื่นแก้ปัญหาผิวแห้ง Aromatic Milk Moisturizing Spa
ถ้าคุณกำลังรู้สึกตึงผิวเป็นพิเศษช่วงหลังอาบน้ำ มีอาการคันตามผิวหนัง เกิดไฟฟ้าสถิตกับคนรอบข้างบ่อยครั้ง หรือเห็นได้ชัดว่าผิวลอก เป็นขุย นั่นหมายความว่าคุณกำลังตกอยู่ในภาวะผิวแห้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายผิว และบางทีอาจส่งผลให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ ไม่มั่นใจ รำคาญใจ เพราะผิวแห้งกร้านจะเสี่ยงต่ออาการระคายเคือง เกิดผื่นแพ้ผื่นคันได้ง่าย กลายเป็นปัญหาที่มากกว่าแค่เรื่องผิวๆ
ภาวะผิวแห้งคืออะไร?
ภาวะผิวแห้ง (Dry Skin) คือภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น ระดับน้ำใต้ชั้นผิวลดลงกว่าระดับปกติ ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย คัน เสี่ยงต่อการระคายเคือง เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย ซึ่งลักษณะของผิวแห้งจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
- ผิวแห้งน้อย มักเป็นลักษณะผิวแห้งที่พบได้ทั่วไป ซึ่งจะเริ่มต้นจากรู้สึกไม่สบายผิว ผิวหยาบกร้าน อาจมีอาการคันเล็กน้อยร่วมด้วย
- ผิวแห้งปานกลาง เกิดจากผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องจนเริ่มเกิดผิวหนังแห้งแตกลอก เป็นขุย คันมากขึ้น
- ผิวแห้งมาก เป็นปัญหาผิวแห้งที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น อาจมีลักษณะเป็นผิวแห้งแตก ลอก เป็นขุยมากขึ้น หรือมีลักษณะผิวแดง แสบคัน และหากยิ่งเกาก็จะเสี่ยงเกิดแผลได้ง่าย เสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียจนเกิดอาการอักเสบที่นำไปสู่โรคผิวชนิดอื่นๆ ได้
ปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้ง
ภาวะผิวแห้งสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ยิ่งมีอายุมากขึ้นก็จะเสี่ยงต่อการเกิดผิวแห้งมากขึ้น เนื่องจากผิวเสื่อมสภาพลง ชั้นปกป้องผิวอ่อนแอลง ผิวแห้งง่ายขึ้น และยิ่งเมื่อเจอกับปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผิวแห้งก็จะยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ง่าย โดยปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งนั้นมีหลากหลาย สามารถแบ่งออกได้ 2 ปัจจัยหลักดังนี้
- ปัจจัยภายใน
ปัจจัยภายในที่ทำให้เกิดผิวแห้งอาจมาจากพันธุกรรมที่ทำให้เกิดโรคบางชนิดจนสร้างปัญหาผิวแห้ง หรือเป็นบุคคลที่มีลักษณะผิวบอบบาง ชั้นผิวอ่อนแอ ก็ทำให้เกิดปัญหาผิวแห้งง่ายได้กว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อายุที่มากขึ้น ไปจนถึงการทานอาหารที่ทำให้ผิวขาดวิตามิน ผิวแห้งมากขึ้น - ปัจจัยภายนอก
ปัจจัยภายนอกเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลกระทบให้เกิดผิวแห้งได้ง่ายขึ้น และแห้งได้มากขึ้น ซึ่งเกิดจากหลากหลายปัจจัยดังนี้- การอาบน้ำ การอาบน้ำนานๆ หรือการอาบน้ำอุ่นจัด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งมาก เพราะน้ำอุ่นจะดูดซับความชุ่มชื่นออกจากผิว และการใช้สบู่ก็มีโอกาสที่จะไปชะล้างไขมันที่ปกป้องผิว ไม่ใช่แค่ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นในชั้นผิว แต่ทำให้ผิวสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำไปด้วย
- แสงแดด เพราะรังสี UV สามารถแทรกซึมผ่านชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวสูญเสียน้ำและน้ำมันใต้ชั้นผิว นอกจากจะส่งผลให้ผิวแห้งกร้านแล้ว ยังทำร้ายสุขภาพผิว ให้ผิวดูเหี่ยวและแก่ได้
- สภาพอากาศตามฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่อากาศมักจะแห้งมากที่สุด ซึ่งเมื่ออุณหภูมิต่ำจะส่งผลให้ความชื้นในอากาศต่ำ อากาศจะปรับสมดุลความชื้นโดยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนังอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปทดแทนความชื้นในอากาศที่สูญเสียไป ส่งผลผิวแห้งง่ายขึ้น อาจเกิดผิวแตกลอกเป็นขุย เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น
- สภาพอากาศตามชีวิตประจำวัน อย่างการใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์ทุกๆ วัน ก็ทำให้ผิวแห้งได้ เพราะเครื่องปรับอากาศจะดึงความชื้นจากอากาศ และดึงความชื้นออกจากผิวด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้นก็จะทำให้ความต้านทานของผิวลดลง เซลล์ผิวภายนอกแห้ง สุขภาพผิวอ่อนแอได้ง่าย
- ยารักษาโรค รวมถึงการรักษาโรคบางชนิดมักส่งผลให้ผิวสูญเสียน้ำได้มากกว่าปกติ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งได้ง่าย เช่น การฉายรังสี การล้างไต เป็นต้น
ดูแลปัญหาผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
แม้ปัญหาผิวแห้งจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่ก็จัดการแก้ผิวแห้งได้ง่ายๆ เช่นกัน เพียงแค่ดูแลตัวเองด้วยการเพิ่มความชุ่มชื่น นอกจากจะช่วยลดปัญหาผิวแห้งกร้านได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่ง เพราะผิวหนังของคนเราที่ดูสดใสได้ก็มาจากใต้ชั้นผิวที่อุดมไปด้วยน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติที่ยังช่วยดูแลผิวให้แข็งแรง ซึ่งมีหลายวิธีการที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว แก้ผิวแห้งได้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผิวแห้ง
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำนานเกินไป หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด เพียงแค่หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งกร้านก็เท่ากับเป็นการแก้ผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮล์ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายดูดซับของเหลวได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายและผิวขาดน้ำ แถมการสูบบุหรี่ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามิน C และ E ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของผิวสุขภาพดี - ดื่มน้ำเพียงพอ
เพราะในแต่ละวัน ผิวของเราจะสูญเสียน้ำอยู่ตลอดเวลา การดื่มน้ำอย่างต่ำ 1.5 ลิตร จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวอิ่มน้ำ แก้ผิวแห้งกร้าน และดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมอีกด้วย - รับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง
ไม่ว่าจะเป็น เนื้อปลา ปลาแซลมอน ปลาซาดีน วอลนัท น้ำมันมะกอก ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ช่วยเสริมสร้างชั้นน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื่น แก้ผิวแห้งกร้านจากภายในสู่ภายนอก - เสริมวิตามิน A และ C ให้ร่างกายอยู่เสมอ
เพราะการขาดวิตามิน A สามารถทำให้ผิวแห้งรุนแรงได้ ซึ่งเสริมวิตามินเอได้ง่ายๆ จากการรักบประทานผักผลไม้ เช่น ส้ม แครอท มะละกอ เป็นต้น และวิตามินซียังมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งได้แล้ว ยังช่วยชะลอวัย รักษาผิวให้ดูเด็กได้เสมอ - ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน การทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเป็นประจำจะช่วยดูแลผิวไม่ให้แห้งกร้านได้ง่าย โดยควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวโดยไม่เสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย และสำหรับคนที่มีผิวแห้งมากอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำนม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก นอกจากจะช่วยแก้ผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื่นได้ให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใสขึ้นได้ด้วย

รู้หรือไม่ น้ำนมช่วยแก้ผิวแห้งได้อย่างดี แถมดูแลมากกว่าแค่เพิ่มความชุ่มชื่น
น้ำนม เป็นสารอาหารทางธรรมชาติที่นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกายแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้อีก โดยเราจะสามารถสังเกตได้ว่า หลายๆ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวได้นำน้ำนมเข้ามาเป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยในการปรนนิบัติผิว เนื่องจากคุณประโยชน์ของน้ำนมนั้นไม่ธรรมดา เพราะสามารถให้คุณค่ากับผิวพรรณในหลายด้านดังต่อไปนี้
- เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
ในน้ำนมมีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผลิตคอลลาเจนที่เป็นโปรตีนสำคัญ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และช่วยกักเก็บน้ำมัน เพิ่มความกระชับ ให้ผิวดูสุขภาพดี เปล่งปลั่ง อิ่มน้ำ - ปรับผิวให้กระจ่างใส
นอกจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณนุ่มเด้งแล้ว ในน้ำนมยังมีกรดแลคติกที่มีส่วนช่วยในการปรับสภาพผิวให้ดูขาวกระจ่างใสขึ้นได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสมากกว่าเดิม - ต่อต้านริ้วรอย
ในน้ำนมจะมีสารอาหารไบโอตินและวิตามินมากมาย ที่มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวแล้ว ยังช่วยรักษาความแข็งแรงในชั้นผิว ต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร - กระชับรูขุมขน
น้ำนมช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่มีส่วนช่วยให้ผิวยืดหยุ่น รูขุมขนเล็กลง ผิวดูกระชับขึ้น - ช่วยฟื้นฟูผิวไหม้แดด
น้ำนมช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถช่วยในการปลอบประโลมผิวจากอาการแสบร้อน ผิวไหม้แดดได้เป็นอย่างดี ลดการระคายเคืองอันเนื่องมาจากแสงแดดได้ - ให้ผิวเนียนนุ่มดุจผิวเด็ก
ด้วยคุณประโยชน์ที่สามารถดูแลผิวได้ทั้งเพิ่มความชุ่มชื่น ปรับผิวให้กระจ่างใส ต่อต้านริ้วรอย รูขุมขนกระชับ ฟื้นบำรุงผิวจากแสงแดดได้ จึงให้ผลลัพธ์ผิวสวย เนียนนุ่ม น่าสัมผัส ไม่แตกต่างจากผิวเด็ก - ช่วยลดการเกิดสิว
มีการศึกษาวิจัยจากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัย Marry Land พบว่าสารอาหารในน้ำนม นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ฟื้นบำรุงผิวในหลากหลายด้านแล้ว ยังสามารถช่วยลดความรุนแรงและอัตราการเกิดสิวได้อีกด้วย
ขอแนะนำ สูตรลัดแก้ผิวแห้ง ด้วยสปาน้ำนมเข้มข้น
ถึงแม้ว่าจะมีวิธีเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวมากมายหลายรูปแบบ แต่ทุกวิธีล้วนต้องใช้เวลาในการทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนผิวแห้งกร้านให้กลายเป็นผิวสุขภาพดี แต่ด้วยบางครั้งที่หลายคนอาจมีเวลาน้อย แต่ต้องการแก้ผิวแห้งให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด สปาชาจึงออกแบบสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa ที่ผสานคุณค่าน้ำนมเข้มข้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างรวดเร็ว แก้ผิวแห้งอย่างเร่งด่วน ฟื้นบำรุงผิวเนียนนุ่ม อิ่มน้ำ สุขภาพดี ชดเชยสารอาหารให้ผิวที่ขาดการดูแลให้แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง
Aromatic Milk Moisturizing Spa สปาน้ำนมที่มีส่วนผสมน้ำนมเข้มข้น ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวมากขึ้นกว่าที่เคย ด้วยเทคนิคการดูแลผิวเฉพาะที่สปาชา สามารถผลักวิตามินจากน้ำนมให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้มากกว่าการทาครีมบำรุงทั่วไป ทำให้ผิวพรรณได้รับคุณประโยชน์ล้ำลึก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ผิวแห้งกร้าน คืนความเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง ผิวกระชับเด้งขึ้น
สปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa จากสปาชา มากกว่าแค่เพิ่มความชุ่มชื่น แต่ยังฟื้นบำรุงให้ผิวกระจ่างใส
สปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa ไม่เพียงแค่ให้การบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวจากคุณประโยชน์น้ำนมเข้มข้นเท่านั้น แต่ยังมีการขัดผิวด้วย Salt Scrub ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เตรียมผิวให้พร้อมเปิดรับสารอาหารจากน้ำนมเข้มข้น ช่วยเพื่มความชุ่มชื่นให้ผิว ช่วยแก้ผิวแห้ง ทั้งยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใส ช่วยเปลี่ยนจากผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนจากผิวที่เคยขาดน้ำก็อิ่มน้ำ นุ่มเด้งขึ้นได้ทันที และยังมีการเพิ่มสารอาหารให้ผิวได้รับแร่ธาตุมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวอย่างเต็มที่ จึงมีขั้นตอนของการอาบน้ำแร่ ที่ช่วยเพิ่มบาลานซ์ให้ผิว ด้วยแร่ธาตุจากคุณค่าธรรมชาติชั้นดี มีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว พร้อมช่วยปรับสมดุลผิวพรรณให้กลับมาเนียน นุ่ม ให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์การเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
การทำสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa จะสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น แก้ผิวแห้งกร้าน จัดการปัญหาผิวขาดน้ำได้เป็นอย่างดี ภายใต้ระยะเวลาการปรนนิบัติผิวเพียงแค่ 1 ชั่วโมง แต่ให้ผลลัพธ์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่มอิ่มน้ำเทียบเท่ากับการบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงเป็นประจำ และนอกจากการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวแล้ว การทำสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa ยังช่วยเพิ่มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวเนียนกระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย พร้อมทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ และตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำสปาน้ำนมเข้มข้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว คุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงสภาพผิวที่นุ่มเด้งขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวสะอาดเกลี้ยงมากขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่งทั่วเรือนร่าง ชวนให้สัมผัสขึ้นได้ทันที
คุณประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
ด้วยคุณประโยชน์ของน้ำนมเข้มข้น แน่นอนว่าสามารถแก้ผิวแห้งกร้าน เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณเนียนนุ่มได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นอกเหนือจากคุณค่าของน้ำนมแล้ว ภายในโปรแกรม Aromatic Milk Moisturizing Spa ยังมีการขัดผิว และการอาบน้ำแร่ ที่ให้คุณประโยชน์ที่มากกว่าแค่เพิ่มความชุ่มชื่นหลายประการ ดังนี้
- ฟื้นบำรุงผิวได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับคนที่มีผิวแห้งมาก ผิวขาดการดูแลอย่างต่อเนื่อง การทำสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa จะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างรวดเร็ว ผิวสามารถได้รับสารอาหารเข้มข้นจากน้ำนม และน้ำแร่ จึงช่วยจัดการปัญหาผิวแห้งกร้านสะสมได้อย่างเป็นอย่างดี แก้ผิวแห้งได้ทันที พร้อมฟื้นคืนผิวสุขภาพดี เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่มเปล่งปลั่งได้ในระยะเวลาอันสั้น และมากกว่าแค่เพิ่มความชุ่มชื่นแล้วนั้น ยังรักษาผลลัพธ์ผิวอิ่มน้ำได้ยาวนาน ทั้งยังผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ กระจ่างใสขึ้น ซึ่งการทาครีมบำรุงไม่สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าได้ - ปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง
นอกเหนือจากคุณประโยชน์ของน้ำนมเข้มข้นแล้ว ยังมีคุณประโยชน์จากน้ำแร่ที่ช่วยเพิ่มสารอาหารให้ผิวได้รับวิตามินแร่ธาตุได้มากขึ้น จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวอิ่มน้ำได้อย่างเต็มที่ และยังช่วยปรับสมดุลให้ผิวที่อ่อนแอนั้นแข็งแรงขึ้น สามารถทำหน้าที่ปกป้องผิวได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดผิวอักเสบระคายเคืองจากผิวแห้งกร้านได้เป็นอย่างดี - เพิ่มคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ลดอายุผิวได้อย่างตรงจุด
คุณค่าจากไบโอตินและวิตามินหลากหลายชนิดในน้ำนมเข้มข้นของสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันทั้งน้ำ น้ำมัน และสารอาหารใต้ชั้นผิว กักเก็บคุณประโยชน์ให้ผิวแข็งแรงสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณเนียนนุ่มแล้ว ยังช่วยในเรื่องความตึงกระชับ ให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยกระชับรูขุมขน ให้ผิวเรียบเนียน นุ่มเด้งดั่งผิวเด็ก - ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ด้วยขั้นตอนการทำสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa จะมีการนวดในแบบเอกลักษณ์เฉพาะของสปาชา ไม่เพียงแค่สามารถผลักวิตามินเข้าไปฟื้นบำรุง แก้ผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างล้ำลึกเท่านั้น ยังช่วยให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย สบายร่างกายตลอดระยะเวลาการรับบริการ
ระยะห่างในการทำทรีทเม้นท์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
ในการทำสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น ฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม สามารถทำได้บ่อยๆ โดยควรเว้นระยะห่าง 5-7 วัน/ครั้ง ซึ่งแนะนำให้ทำเป็นประจำต่อเนื่อง จะช่วยดูแลปัญหาผิว แก้ผิวแห้งกร้าน เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวดูสุขภาพดีเหมือนบำรุงผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาว จะช่วยลดโอกาสการเกิดผิวแห้งแตก เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวยังคงมีน้ำมีนวลได้แม้ไม่ค่อยได้บำรุง
การเตรียมตัวก่อนเข้าทำทรีทเม้นท์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนทำสปาน้ำนม เพิ่มความชุ่นชื่นให้ผิว
- งดดื่มเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร (7-8 แก้ว/วัน)
ข้อห้าม/ข้อควรระวังในการทำทรีทเม้นท์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
- ไม่ควรนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนมหากเพิ่งรับประทานอาหารมาใหม่ๆ
- ไม่ควรนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนมในขณะร่างกายอ่อนเพลียมาก
- การนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม ไม่ควรทำหากอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์
- การนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม ต้องนวดในระหว่างที่ร่างกายสมบูรณ์ ไม่มีไข้ใดๆ
- สำหรับผู้ที่เพิ่งกระดูกหัก หรือมีการดามเหล็กมา ยังไม่ควรนวดเพิ่วความชุ่มชื่นให้ผิว
- ไม่นวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงที่มีมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้ระบบเลือดในร่างกายแปรปรวน อาจเป็นลมได้ง่าย
- ควรรักษาร่างกายให้พร้อมก่อนทำการนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ไม่ควรมีแผลถลอก มีรอยช้ำมาก หรือมีผิวหนังที่แสบแดงไหม้ เนื่องมาจากการอาบแดด
- สำหรับบุคคลที่อยู่ระหว่างการรักษามะเร็งไม่ควรทำสปาน้ำนมเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ควรดูแลปัญหาผิวแห้งด้วยการทำครีมบำรุงหรือให้ออยล์ที่สกัดจากธรรมชาติ
- ห้ามนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในบริเวณที่บาดเจ็บหรืออักเสบเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน
- ห้ามนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นโรคเลือดต่างๆ มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำอย่างรุนแรง
- สำหรับคนที่มีภาวะกระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ที่ยังไม่หายดี หรือตำแหน่งที่มีการผ่าตัดกระดูกและยังไม่ประสาน ยังไม่ควรทำการนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
- ห้ามนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวสำหรับคนที่มีโรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกชนิด
- ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง ไม่ควรนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
- ไม่ควรนวดเพื่มความชุ่มชื่นให้ผิวในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
การดูแลตนเองหลังทำทรีทเม้นท์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม Aromatic Milk Moisturizing Spa
- ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ หลังการนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยสปาน้ำนม
- หลังการนวดเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ร่างกายควรได้รับการพักผ่อน ไม่ควรไปทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนัก หรือออกกำลังกายหนัก
- ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ทุกชนิด
