Filler เติมเต็มหน้าสวย

Filler เติมเต็มหน้าสวย

ฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มหน้าสวย ชะลอวัย อันตรายไหม? รวมข้อควรรู้ก่อนฉีด Filler ครั้งแรก

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?​

Filler (ฟิลเลอร์) คือ สารเติมเต็มผิวที่สังเคราะห์มาจากไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารเติมเต็มธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวหนังชั้นลึกในร่างกาย โดยจะเป็นสารอุ้มน้ำที่สำคัญของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น เป็นแกนกลางให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ป้องกันการเกิดริ้วรอย และช่วยซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หรือมีอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตได้น้อยและช้าลงเรื่อย ๆ Filler จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบสารตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของคนเรา

โดยจะใช้ในการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ชั้นผิวหนังในร่างกาย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่มีริ้วรอยร่องลึกบริเวณต่างๆ ของใบหน้า ช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว เพิ่มเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ และเปล่งปลั่งมากขึ้นด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มหน้าสวย ชะลอวัย อันตรายไหม? รวมข้อควรรู้ก่อนฉีด Filler ครั้งแรก

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?​

Filler (ฟิลเลอร์) คือ สารเติมเต็มผิวที่สังเคราะห์มาจากไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารเติมเต็มธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวหนังชั้นลึกในร่างกาย โดยจะเป็นสารอุ้มน้ำที่สำคัญของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น เป็นแกนกลางให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ป้องกันการเกิดริ้วรอย และช่วยซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หรือมีอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตได้น้อยและช้าลงเรื่อย ๆ Filler จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบสารตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของคนเรา

โดยจะใช้ในการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ชั้นผิวหนังในร่างกาย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่มีริ้วรอยร่องลึกบริเวณต่างๆ ของใบหน้า ช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว เพิ่มเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ และเปล่งปลั่งมากขึ้นด้วย

ฉีด Filler เติมเต็มหน้าสวย ชะลอวัย อันตรายไหม? ​

การมีรูปหน้าที่สวยสมส่วน ผิวดูเรียบเนียน นับว่าเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ ซึ่งก็สามารถสร้างได้ด้วยการหัตถการด้านความงาม โดยการฉีด Filler นี้ก็เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย และเป็นหนึ่งนวัตกรรมที่จะช่วยแก้ไขรูปหน้า เติมเต็มใบหน้าให้อิ่มฟู เต่งตึง แลดูอ่อนกว่าวัยได้ แต่สำหรับผู้ที่กำลังจะฉีดครั้งแรก อาจจะยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์มากนัก วันนี้ทาง SparSha จึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการฉีด Filler ว่ามีข้อดีอย่างไร สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง ฟิลเลอร์อันตรายไหม ไปรู้จักก่อนทำการฉีดกันได้เลย

Filler เติมเต็มหน้าสวย

ฉีด Filler เติมเต็มหน้าสวย ชะลอวัย อันตรายไหม? ​

การมีรูปหน้าที่สวยสมส่วน ผิวดูเรียบเนียน นับว่าเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ ซึ่งก็สามารถสร้างได้ด้วยการหัตถการด้านความงาม โดยการฉีด Filler นี้ก็เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย และเป็นหนึ่งนวัตกรรมที่จะช่วยแก้ไขรูปหน้า เติมเต็มใบหน้าให้อิ่มฟู เต่งตึง แลดูอ่อนกว่าวัยได้ แต่สำหรับผู้ที่กำลังจะฉีดครั้งแรก อาจจะยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์มากนัก วันนี้ทาง SparSha จึงจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการฉีด Filler ว่ามีข้อดีอย่างไร สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง ฟิลเลอร์อันตรายไหม ไปรู้จักก่อนทำการฉีดกันได้เลย

Filler เติมเต็มหน้าสวย

ฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

หลายคนที่กำลังตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกก็อาจจะสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ? ซึ่งต้องบอกเลยว่าการฉีดฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยานั้น จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อร่างกายแน่นอน และมีการใช้ในวงการแพทย์และด้านความงามอย่างแพร่หลายทั่วโลก หลังฉีดแล้วสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทำให้มีสารตกค้าง และสามารถฉีดซ้ำได้อีกโดยไม่เป็นอันตราย


ยี่ห้อ Filler สุดพรีเมียมที่ SparSha เลือกใช้

ในปัจจุบันตัวยาฟิลเลอร์แท้มีให้เลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งที่ SparSha เลือกใช้จะเป็นฟิลเลอร์กลุ่มไฮยารูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) โดยตัวยาแต่ละยี่ห้อก็จะมีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างกัน สำหรับฟิลเลอร์ที่สปาชาเลือกใช้เป็นยี่ห้อฟิลเลอร์สุดพรีเมียม 2 แบรนด์นี้ ได้แก่

 

Juvederm
จากประเทศอเมริกา จุดเด่นของยี่ห้อนี้มีเทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่จะทำให้เนื้อเจลมีความฟู แน่นละเอียด มีความยืดหยุ่น และคงตัวสูง ซึ่งจะเหมาะสำหรับการฉีดลดริ้วรอยและยกกระชับได้ดี หลังฉีดมีความเป็นธรรมชาติมาก ฉีดแล้วไม่ไหลไปบริเวณอื่น และมีส่วนผสมของยาชา

โดยบริเวณที่เหมาะจะฉีดและระยะเวลาของผลลัพธ์หลังฉีดที่อยู่ได้นาน ได้แก่ ฉีดสำหรับลดรอยย่นมุมปาก ร่องน้ำหมาก ขมับ ร่องลึกบนหน้าผาก อยู่ได้นาน 1 ปี, สำหรับเสริมคาง แก้มลูกส้ม เติมแก้ม เติมขมับ อยู่ได้นาน 2 ปี, สำหรับเติมริมฝีปากให้เอิบอิ่ม อยู่ได้นาน 2 ปี

 

ฟิลเลอร์เรสเทอเลน
จากประเทศสวีเดน มีจุดเด่นในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีการผลิต NASHA Technology ที่จะเน้นเรื่องการยกกระชับ เนื้อเจลคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ดี พร้อมด้วยเทคโนโลยี OBT (Optimal Balance Technology) เน้นเรื่องความยืดหยุ่น ปรับรูปทรงได้หลากหลาย และมีส่วนผสมของยาชา

โดยบริเวณที่เหมาะจะฉีดและระยะเวลาของผลลัพธ์หลังฉีดที่อยู่ได้นาน ได้แก่ สำหรับฉีดพรมทั่วใบหน้า เพื่อเติมเต็มผิวให้ดูอวบอิ่ม เปล่งปลั่ง ลดความแห้งกร้านของผิว อยู่ได้นาน 3-4 เดือน, สำหรับลดรอยย่นมุมปาก ร่องน้ำหมาก ขมับ ริ้วรอยลึกบนหน้าและหน้าผาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน

 

ฟิลเลอร์สามารถฉีดตรงไหนได้บ้าง ?

โดยจุดต่าง ๆ ที่คนนิยมฉีดฟิลเลอร์จะมีด้วยกันหลายจุดดังต่อไปนี้

  • หน้าผาก จะช่วยเติมเต็มหน้าผากให้ดูมีมิติ แก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบน ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนสวย พร้อมกับช่วยลดริ้วรอยบนหน้าผาก และรอยย่นระหว่างคิ้ว
  • ขมับ ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม จนทำให้โหนกแก้มดูเด่นชัด หางคิ้ว และหางตาตก การเติมฟิลเลอร์ขมับจะช่วยทำให้โหนกแก้มดูเล็กลง ขมับตอบดูเต็มขึ้น หางตาเชิดขึ้น และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเข้ารูปมากขึ้นด้วย
  • ใต้ตา ช่วยเติมเต็มใต้ตาที่เกิดความหย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจน ลดปัญหารอยดำ ร่องลึกใต้ตา ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา ตาลึกโบ๋ เมื่อฉีดแล้วจะทำให้ผิวใต้ตาเรียบตึงขึ้น รวมถึงปรับผิวใต้ตาให้กระจ่างใส ดวงตาดูสดใสขึ้น
  • จมูก ช่วยปรับรูปจมูกให้ดูโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะเหมาะกับผู้ที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว เนื่องจากจะไม่สามารถปรับให้โด่งหรือคมชัดเท่ากับการศัลยกรรมจมูกนั่นเอง
  • แก้มตอบ จะช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มลึก แก้มตอบ ช่วยยกกระชับใบหน้าให้อิ่มฟู ปรับใบหน้าให้ได้รูป ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และสามารถฉีดแก้มส้มได้
  • ร่องแก้ม ช่วยแก้ปัญหาผิวบริเวณหน้าแก้มที่หย่อนพับลงมาเป็นร่องแก้ม หรือไขมันและกระดูกบริเวณร่องแก้มฝ่อตัวลง ซึ่งจะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย การเติมเต็มฟิลเลอร์จะช่วยเติมร่องริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ยกกระชับผิวให้เต่งตึง ดูอิ่มน้ำ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นกว่าเดิม
  • ปาก จะช่วยปรับรูปทรงปาก เติมเต็มริมฝีปากให้ดูสวย ปากอวบอิ่ม ทำให้ได้สัดส่วนรับกับใบหน้ามากขึ้น
  • คาง ช่วยเติมเต็มคางให้ดูเรียวยาว แก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางมีร่องบุ๋ม คางไม่เท่ากันให้ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
  • กราม หรือกรอบหน้า ช่วยปรับกรอบหน้าหรือสันกรามให้คมชัด ยกกระชับผิวช่วงแก้มล่างที่หย่อนคล้อย ทำให้รูปหน้าเรียวสวย ดูมีมิติสมส่วนมากยิ่งขึ้น


ฟิลเลอร์สามารถฉีดตรงไหนได้บ้าง ?

ผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่างๆ บนใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ
  • ผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าโดยไม่อยากผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่ง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน แก้ปัญหาหลุมสิว
 

อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม

การฉีดฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ และไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้ทิ้งสารตกค้างอยู่ในชั้นผิวจนเกิดการสะสมกลายเป็นก้อน ทำให้ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ บวมแดง หรืออาจร้ายแรงจนเกิดเนื้อตาย และพังผืดได้ รวมทั้งหากเนื้อฟิลเลอร์รวมตัวกันเป็นก้อนมาก ๆ ก็อาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดผิดรูปได้เช่นกัน โดยการแก้ปัญหาฟิลเลอร์ปลอมนี้จะต้องทำการขูดออก หรือผ่าตัดออกเท่านั้น ไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์แท้

 

ฟิลเลอร์แท้ ตรวจสอบอย่างไร ?

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • กล่องยาฟิลเลอร์จะต้องมีเลขทะเบียนอย. ไทย และเอกสารกำกับที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ตัวเลข lot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์หรือหลอด ต้องตรงกันทั้ง 3 จุด
  • สติกเกอร์ข้างกล่องจะต้องปิดสนิท ไม่มีการเปิดใช้มาก่อน
  • สามารถโทรตรวจสอบเลข lot กับบริษัทนำเข้าได้
    QR Code บริเวณกล่องต้องสามารถสแกนและตรวจสอบได้
 

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะมีข้อดีที่จะช่วยแก้ปัญหาผิวและปรับรูปหน้าได้อย่างหลากหลาย โดยมีดังนี้

  • ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าให้ดูจางลง
  • ช่วยยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้าให้สมส่วนขึ้น
  • ช่วยทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์
  • สามารถฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ และสามารถฉีดสลายได้
  • แก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย

ผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่างๆ บนใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบ
  • ผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าโดยไม่อยากผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่ง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน แก้ปัญหาหลุมสิว

การฉีดฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ และไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้ทิ้งสารตกค้างอยู่ในชั้นผิวจนเกิดการสะสมกลายเป็นก้อน ทำให้ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ บวมแดง หรืออาจร้ายแรงจนเกิดเนื้อตาย และพังผืดได้ รวมทั้งหากเนื้อฟิลเลอร์รวมตัวกันเป็นก้อนมาก ๆ ก็อาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดผิดรูปได้เช่นกัน โดยการแก้ปัญหาฟิลเลอร์ปลอมนี้จะต้องทำการขูดออก หรือผ่าตัดออกเท่านั้น ไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์แท้

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • กล่องยาฟิลเลอร์จะต้องมีเลขทะเบียนอย. ไทย และเอกสารกำกับที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ตัวเลข lot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์หรือหลอด ต้องตรงกันทั้ง 3 จุด
  • สติกเกอร์ข้างกล่องจะต้องปิดสนิท ไม่มีการเปิดใช้มาก่อน
  • สามารถโทรตรวจสอบเลข lot กับบริษัทนำเข้าได้
    QR Code บริเวณกล่องต้องสามารถสแกนและตรวจสอบได้

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์

การเตรียมตัว

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยาและอาหารเสริมอะไรอยู่ให้แพทย์ทราบก่อนฉีดทุกครั้ง
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำการฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ควรงดยาประเภท แอสไพริน NSAIDs เช่น ibuprofen diclofenac ponstan และงดวิตามิน ประมาณ 1 อาทิตย์
  • ควรงดการใช้สมุนไพร เช่น น้ำมันตับปลา แปะก๊วย โสม เป็นต้น
  • งดการนวดหน้า การแว็กผิว เลเซอร์ต่าง ๆ รวมถึงการดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีด อย่างน้อย 3 วัน

การดูแลตัวเอง

  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด แกะ เกา นวด บริเวณจุดที่ฉีด
  • ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรนอนหมอนสูงกว่าระดับหน้าอก และไม่นอนตะแคง
  • งดการแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด ประมาณ 24 ชั่วโมง
  • งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด อย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนัก ๆ ที่ทำให้เลือดสูบฉีด หรือการทำกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ การอบซาวน่า เป็นต้น

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ยังรวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดหลังฉีดมาใหม่ ๆ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยมีอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงดังนี้

  • หลีกเลี่ยงอาการหมักดอง หรืออาหารแปรรูป เช่น ผลไม้ดอง ผักดอง ปลาร้า กุ้งดอง เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ๆ ทั้งรสเค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด เนื่องจากภายในอาหารอาจมีโซเดียมสูงซึ่งจะทำให้หน้าบวมและหน้าแดงได้
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และอาหารทะเล
    งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ประมาณ 14 วัน เนื่องจากจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้หายบวมช้าและทำให้ฟิลเลอร์สลายไวขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ร้อนจัด หรือนั่งอยู่หน้าเตาร้อน ๆ เป็นเวลานาน

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์

การเตรียมตัว

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยาและอาหารเสริมอะไรอยู่ให้แพทย์ทราบก่อนฉีดทุกครั้ง
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำการฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ควรงดยาประเภท แอสไพริน NSAIDs เช่น ibuprofen diclofenac ponstan และงดวิตามิน ประมาณ 1 อาทิตย์
  • ควรงดการใช้สมุนไพร เช่น น้ำมันตับปลา แปะก๊วย โสม เป็นต้น
  • งดการนวดหน้า การแว็กผิว เลเซอร์ต่าง ๆ รวมถึงการดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีด อย่างน้อย 3 วัน

การดูแลตัวเอง

  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด แกะ เกา นวด บริเวณจุดที่ฉีด
  • ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรนอนหมอนสูงกว่าระดับหน้าอก และไม่นอนตะแคง
  • งดการแต่งหน้าหรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิด ประมาณ 24 ชั่วโมง
  • งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด อย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนัก ๆ ที่ทำให้เลือดสูบฉีด หรือการทำกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ การอบซาวน่า เป็นต้น

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ยังรวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และให้หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดหลังฉีดมาใหม่ ๆ เพื่อการฉีดฟิลเลอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยมีอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงดังนี้

  • หลีกเลี่ยงอาการหมักดอง หรืออาหารแปรรูป เช่น ผลไม้ดอง ผักดอง ปลาร้า กุ้งดอง เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ๆ ทั้งรสเค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด เนื่องจากภายในอาหารอาจมีโซเดียมสูงซึ่งจะทำให้หน้าบวมและหน้าแดงได้
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และอาหารทะเล
    งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ประมาณ 14 วัน เนื่องจากจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้หายบวมช้าและทำให้ฟิลเลอร์สลายไวขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ร้อนจัด หรือนั่งอยู่หน้าเตาร้อน ๆ เป็นเวลานาน

ฟิลเลอร์คืออะไร? ฉีดฟิลเลอร์ช่วยอะไรได้บ้าง รวมจุดฉีดยอดนิยมและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

 

ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นหัตถการด้านความงามที่ใช้สารเติมเต็มเพื่อช่วยปรับรูปหน้า เติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว และลดเลือนริ้วรอยบางประเภท โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ในงานความงามมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ได้รับความนิยมคือ Hyaluronic Acid (HA) หรือกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำและสามารถใช้เติมเต็มเนื้อเยื่อในบริเวณที่เหมาะสมได้

ฟิลเลอร์ คืออะไร

เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าอาจเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย ทั้งการสูญเสียปริมาตรของไขมัน การเปลี่ยนแปลงของกระดูกและเนื้อเยื่อ รวมถึงความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง ทำให้บางคนเริ่มสังเกตเห็นปัญหาใต้ตาลึก ขมับตอบ ร่องแก้มชัด ริมฝีปากบาง หรือคางที่ดูสั้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนใบหน้า

การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาเพื่อเติมเต็มหรือปรับสัดส่วนของใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ชนิดของสารเติมเต็ม ตำแหน่งที่ฉีด และการประเมินของแพทย์แต่ละบุคคล

 

สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ช่วยอะไร ฉีดฟิลเลอร์ตรงไหนดี ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน และฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ พร้อมแนวทางเลือกคลินิกและทำความรู้จักโปรแกรม Filler ของ SparSha

 

ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ไข เพื่อเพิ่มปริมาตร ปรับรูปทรง หรือช่วยลดเลือนริ้วรอยบางประเภท โดยสารเติมเต็มแต่ละชนิดมีส่วนประกอบ คุณสมบัติ ระยะเวลาคงอยู่ และข้อควรระวังแตกต่างกัน

ในงานความงาม ฟิลเลอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายชนิดหนึ่งคือ Hyaluronic Acid Filler หรือ HA Filler ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและสามารถนำมาใช้เติมเต็มเนื้อเยื่อได้ตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์

ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่านกระบวนการผลิตสำหรับการฉีดมักมีลักษณะเป็นเจล โดยแต่ละรุ่นอาจมีความแน่น ความยืดหยุ่น และความสามารถในการคงรูปแตกต่างกัน แพทย์จึงต้องเลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้เหมาะกับบริเวณที่ฉีดและผลลัพธ์ที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น บริเวณที่ต้องการความละเอียดอ่อนอาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ขณะที่บริเวณที่ต้องการการคงรูปอาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างออกไป

สิ่งสำคัญคือ ฟิลเลอร์ไม่ได้ทำงานเหมือนกันทุกยี่ห้อ และไม่ใช่ฟิลเลอร์ทุกชนิดที่จะเหมาะกับทุกตำแหน่งบนใบหน้า การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรเป็นหน้าที่ของแพทย์หลังประเมินใบหน้าและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

 

ฟิลเลอร์แตกต่างจากโบท็อกซ์อย่างไร?

ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เป็นหัตถการที่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน แม้จะถูกนำมาใช้ร่วมกันในแผนการดูแลใบหน้าบางกรณีก็ตาม

หัวข้อฟิลเลอร์ (Filler)โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin)
หลักการทำงานเติมเต็มปริมาตรหรือช่วยลดเลือนริ้วรอยบางประเภทลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณ
จุดประสงค์หลักเติมเต็มร่องลึก ปรับสัดส่วน หรือเพิ่มความอิ่มฟูลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
ตัวอย่างปัญหาที่อาจพิจารณาใช้ใต้ตาลึก ขมับตอบ ร่องแก้ม หรือริมฝีปากบางในผู้ที่เหมาะสมรอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว และรอยตีนกา
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างตามผลิตภัณฑ์และตำแหน่งฉีดแตกต่างตามบริเวณและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
การเลือกใช้ต้องประเมินโครงสร้างใบหน้าและตำแหน่งที่ฉีดต้องประเมินกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวของใบหน้า

ฟิลเลอร์ไม่สามารถทดแทนโบท็อกซ์ได้ในทุกกรณี เช่นเดียวกับที่โบท็อกซ์ไม่สามารถใช้เติมเต็มบริเวณที่ขาดปริมาตรได้โดยตรง หากมีทั้งริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวและร่องลึกจากการสูญเสียปริมาตร แพทย์อาจพิจารณาวิธีดูแลมากกว่าหนึ่งรูปแบบตามความจำเป็น แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องทำหัตถการหลายชนิดร่วมกัน

 

ฉีดฟิลเลอร์ช่วยอะไรได้บ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเติมเต็มและปรับรูปทรงในบริเวณที่เหมาะสม โดยผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

1. ช่วยเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า

เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า อาจทำให้บางบริเวณดูยุบตัวและเกิดร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หรือร่องบริเวณมุมปาก แพทย์อาจพิจารณาฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มบริเวณที่เหมาะสม ช่วยให้ร่องดูลดลงและใบหน้าดูสดใสขึ้น ทั้งนี้ต้องประเมินสาเหตุของร่องลึกก่อน เพราะร่องบางชนิดอาจเกิดจากการหย่อนคล้อยหรือปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว

 

2. ช่วยเติมเต็มใต้ตาที่ดูลึก

ปัญหาใต้ตาลึกหรือร่องใต้ตาอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม ในผู้ที่เหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบขึ้น อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้มีความละเอียดอ่อนและมีความเสี่ยงเฉพาะ จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบ หากปัญหาหลักเกิดจากถุงใต้ตาขนาดใหญ่ ผิวหย่อนคล้อย หรือสีผิวคล้ำจากสาเหตุอื่น การฉีดฟิลเลอร์อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุดในทุกกรณี

 

3. ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้า

ผู้ที่มีคางสั้น คางถอย หรือบางบริเวณของใบหน้าขาดปริมาตร อาจปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าการเติมฟิลเลอร์จะช่วยให้สัดส่วนดูสมดุลขึ้นได้หรือไม่ การปรับรูปหน้าที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกส่วนมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคาง ริมฝีปาก จมูก แก้ม และแนวกราม เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับใบหน้าเดิม

 

4. ช่วยเติมเต็มริมฝีปาก

ฟิลเลอร์ริมฝีปากอาจช่วยเพิ่มความอิ่มฟู ปรับขอบปาก หรือแก้ไขความไม่สมมาตรบางลักษณะในผู้ที่เหมาะสม

การออกแบบรูปปากควรคำนึงถึงสัดส่วนใบหน้า การเคลื่อนไหวของริมฝีปาก และความต้องการของผู้รับบริการ ไม่ควรพิจารณาจากรูปทรงที่กำลังเป็นกระแสเพียงอย่างเดียว

 

5. ช่วยเติมเต็มบริเวณขมับตอบ

ขมับที่ยุบตัวอาจทำให้ช่วงบนของใบหน้าดูตอบหรือเกิดความแตกต่างของสัดส่วนระหว่างหน้าผาก แก้ม และกรอบหน้า

แพทย์อาจประเมินการเติมเต็มขมับในผู้ที่เหมาะสม แต่บริเวณนี้มีโครงสร้างหลอดเลือดที่ต้องระวัง จึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคและการวางแผนอย่างรอบคอบ

 

6. ช่วยปรับรูปร่างคางในผู้ที่เหมาะสม

ฟิลเลอร์คางอาจใช้เพื่อเพิ่มความยาวหรือปรับสัดส่วนคางบางลักษณะ โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูก เนื้อเยื่อ และปริมาณสารเติมเต็มที่เหมาะสม

หากต้องการเปลี่ยนโครงสร้างคางอย่างมาก หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระดูกขากรรไกร แพทย์อาจแนะนำทางเลือกอื่นแทนการฉีดฟิลเลอร์

 

7. ช่วยปรับสภาพผิวในบางโปรแกรม

ฟิลเลอร์บางชนิดได้รับการออกแบบสำหรับการปรับคุณภาพผิวหรือเพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณที่เหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปทรงใบหน้า

ควรตรวจสอบวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นให้ชัดเจน ไม่ควรสรุปว่าฟิลเลอร์ทุกชนิดช่วยกระชับรูขุมขน ลดหลุมสิว หรือกระตุ้นคอลลาเจนได้เหมือนกันทั้งหมด

 

ฟิลเลอร์ฉีดตรงไหนได้บ้าง?

บริเวณที่นิยมใช้ฟิลเลอร์มีหลายตำแหน่ง แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับกายวิภาคของใบหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์

 

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาในผู้ที่มีร่องใต้ตาหรือใต้ตาลึกจากการสูญเสียปริมาตรบางลักษณะ

ฟิลเลอร์ใต้ตาอาจเหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีร่องใต้ตาลึกและมีลักษณะเหมาะสมกับการเติมเต็ม

  • ผู้ที่ต้องการให้บริเวณใต้ตาดูเรียบขึ้น

  • ผู้ที่ได้รับการประเมินแล้วว่าไม่ได้มีปัญหาหลักจากถุงใต้ตาหรือผิวหย่อนคล้อยที่ต้องใช้วิธีอื่น

อย่างไรก็ตาม บริเวณใต้ตามีความเสี่ยงต่อการบวม การเกิดก้อน และความผิดปกติอื่น ๆ จึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์กับบริเวณนี้โดยเฉพาะ

 

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ร่องแก้มเป็นร่องที่พาดจากข้างจมูกลงมาทางมุมปาก โดยอาจเห็นชัดขึ้นตามอายุ การเปลี่ยนแปลงของไขมันใบหน้า และการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ

การเติมฟิลเลอร์อาจช่วยให้ร่องดูตื้นลงในผู้ที่เหมาะสม แต่แพทย์ควรประเมินโครงสร้างแก้มและสาเหตุของร่องก่อน เพราะการเติมบริเวณร่องแก้มโดยตรงมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูหนักหรือบวมได้

 

ฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปากใช้เพื่อเพิ่มความอิ่มฟู ปรับรูปทรง หรือแก้ไขความไม่สมมาตรบางลักษณะ

ก่อนฉีดควรพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับทรงปากที่ต้องการ ปริมาตรที่เหมาะสม ประวัติการเกิดเริมบริเวณริมฝีปาก และความเสี่ยงของการบวมช้ำหรือภาวะแทรกซ้อน

 

ฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คางอาจช่วยปรับสัดส่วนคางให้ดูสมดุลขึ้นในผู้ที่มีลักษณะเหมาะสม การประเมินควรพิจารณาร่วมกับรูปหน้าและการสบฟัน ไม่ใช่ดูเฉพาะความยาวคางจากภาพด้านหน้าเท่านั้น

 

ฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ขมับอาจใช้เติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เนื่องจากมีโครงสร้างหลอดเลือดสำคัญ

ผู้ที่สนใจควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคของบริเวณขมับและสามารถจัดการภาวะแทรกซ้อนได้

 

ฟิลเลอร์แก้มและบริเวณกลางใบหน้า

การเติมเต็มบริเวณแก้มอาจช่วยปรับปริมาตรและสัดส่วนของใบหน้าในผู้ที่มีแก้มตอบหรือสูญเสียปริมาตรบางส่วน

แพทย์ควรพิจารณารูปหน้าเดิมและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อโดยรวม เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูเต็มเกินความจำเป็น

 

ฟิลเลอร์หน้าผากและจมูก: ต้องประเมินความเสี่ยงเป็นพิเศษ

แม้จะมีผู้สนใจใช้ฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงหน้าผากหรือจมูก แต่บริเวณเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดเข้าเส้นเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดเลือดของเนื้อเยื่อหรือความผิดปกติทางการมองเห็นที่รุนแรงได้

การมีผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งบนใบหน้าจะเหมาะกับการฉีด ผู้สนใจควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยง ทางเลือกอื่น และข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจ

 

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท?

สารเติมเต็มมีหลายประเภท โดยแบ่งตามส่วนประกอบและคุณสมบัติได้หลายกลุ่ม การรู้จักประเภทของฟิลเลอร์ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจึงมีวัตถุประสงค์และระยะเวลาคงอยู่ต่างกัน

1. Hyaluronic Acid Filler (HA)

HA Filler เป็นสารเติมเต็มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานความงาม มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและสามารถนำมาใช้เติมเต็มเนื้อเยื่อได้ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์

ฟิลเลอร์กลุ่มนี้มีหลายรุ่นและหลายคุณสมบัติ จึงไม่ควรเลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความเหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด ประวัติการรักษา และการประเมินของแพทย์

ฟิลเลอร์ HA บางชนิดสามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อช่วยสลายได้เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ไขภาวะแทรกซ้อนทุกชนิดได้ง่ายหรือไม่มีความเสี่ยง

 

2. Calcium Hydroxylapatite (CaHA)

สารเติมเต็มกลุ่ม CaHA มีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แตกต่างจาก HA โดยอาจใช้เพื่อเติมเต็มหรือปรับคุณภาพเนื้อเยื่อในบริเวณที่เหมาะสมตามผลิตภัณฑ์

สารกลุ่มนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือน HA และไม่สามารถสลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสแบบเดียวกันได้ การเลือกใช้จึงต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด

 

3. Poly-L-lactic Acid (PLLA)

PLLA เป็นสารที่ใช้ในหัตถการบางประเภทเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามกระบวนการของร่างกาย โดยผลลัพธ์และระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากฟิลเลอร์ HA ที่ใช้เติมเต็มโดยตรง

ผู้สนใจควรสอบถามให้ชัดเจนว่ากำลังพิจารณาผลิตภัณฑ์ประเภทใด และต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะเห็นผลตามลักษณะของหัตถการนั้น

 

ฟิลเลอร์แบบใดเหมาะกับการฉีด?

ไม่มีฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะความเหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข

  • ความลึกและลักษณะของเนื้อเยื่อ

  • ปริมาตรที่ต้องการเติม

  • คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

  • ประวัติการฉีดฟิลเลอร์ในอดีต

  • โรคประจำตัวและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

ก่อนเข้ารับบริการควรถามชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น ส่วนประกอบ และข้อบ่งใช้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่จะได้รับอย่างชัดเจน

 

Juvederm และ Restylane แตกต่างกันอย่างไร?

Juvederm และ Restylane เป็นชื่อแบรนด์ฟิลเลอร์กลุ่ม HA ที่มีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นอาจมีคุณสมบัติและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน

การเปรียบเทียบจึงควรดูระดับผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่สรุปว่าแบรนด์หนึ่งดีกว่าอีกแบรนด์หนึ่งในทุกกรณี

หัวข้อเปรียบเทียบJuvedermRestylane
ประเภทผลิตภัณฑ์มีฟิลเลอร์ HA หลายรุ่นมีฟิลเลอร์ HA หลายรุ่น
คุณสมบัติแตกต่างกันตามรุ่นและเทคโนโลยีการผลิตแตกต่างกันตามรุ่นและเทคโนโลยีการผลิต
จุดประสงค์การใช้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
ระยะเวลาคงอยู่แตกต่างตามรุ่น ตำแหน่ง และบุคคลแตกต่างตามรุ่น ตำแหน่ง และบุคคล
วิธีเลือกต้องประเมินร่วมกับแพทย์ต้องประเมินร่วมกับแพทย์

ข้อมูลจาก SparSha ระบุว่าทางแบรนด์มีการเลือกใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม HA จาก Juvederm และ Restylane โดยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนเข้ารับบริการ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการเลือกแบรนด์จากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว คือการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับปัญหา ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคและการจัดการภาวะแทรกซ้อน

 

 

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์คงอยู่แตกต่างกันตามชนิดของสารเติมเต็ม รุ่นของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การเคลื่อนไหวของบริเวณนั้น และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ HA หลายชนิดให้ผลลัพธ์อยู่ได้หลายเดือนถึงประมาณหนึ่งปีหรือมากกว่านั้นในบางตำแหน่งและบางผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ควรใช้ระยะเวลานี้เป็นการรับประกันผลลัพธ์เฉพาะบุคคล

ตัวอย่างปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาคงอยู่ ได้แก่

  • ชนิดและคุณสมบัติของฟิลเลอร์: ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีโครงสร้างและคุณสมบัติต่างกัน

  • ตำแหน่งที่ฉีด: บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยอาจมีพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ต่างจากบริเวณอื่น

  • ปริมาณที่ใช้: ต้องเหมาะสมกับกายวิภาคและวัตถุประสงค์ ไม่ควรเพิ่มปริมาณเพียงเพื่อหวังให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้น

  • การตอบสนองของร่างกาย: แต่ละคนมีการเปลี่ยนแปลงและสลายสารเติมเต็มแตกต่างกัน

  • ประวัติการฉีดเดิม: การมีฟิลเลอร์คงเหลือจากครั้งก่อนอาจส่งผลต่อการวางแผนครั้งต่อไป

การฉีดซ้ำควรประเมินจากสภาพใบหน้าในขณะนั้น ไม่ควรเติมฟิลเลอร์เพิ่มโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ครบระยะเวลาหนึ่ง เพราะอาจทำให้เกิดการสะสมหรือรูปหน้าที่ไม่สมดุลได้

 

 

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง แม้ผู้รับบริการจำนวนมากอาจมีเพียงอาการบวม แดง หรือรอยช้ำชั่วคราว แต่ก็มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้รับบริการ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ความรู้ด้านกายวิภาค เทคนิคการฉีด และความสามารถในการรับมือกับภาวะแทรกซ้อน

อาการที่พบได้หลังฉีด

อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • บวมบริเวณที่ฉีด

  • รอยแดงหรือรอยช้ำ

  • กดเจ็บหรือรู้สึกตึง

  • ความไม่สม่ำเสมอของผิวในช่วงแรก

  • อาการบวมที่ใช้เวลาลดลงแตกต่างกันตามบุคคล

อาการเหล่านี้อาจดีขึ้นได้เอง แต่หากอาการรุนแรงขึ้น มีอาการปวดมากผิดปกติ หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรติดต่อแพทย์ทันที

 

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้ก่อนฉีด

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อ การเกิดก้อน การอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลัง และการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ

หากหลอดเลือดถูกอุดกั้น เลือดอาจไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดเนื้อเยื่อขาดเลือดหรือเนื้อตายได้ ในบางกรณีที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรง อาจเกิดความผิดปกติทางการมองเห็นหรือการสูญเสียการมองเห็นได้

หากหลังฉีดมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำผิดปกติ ผิวเย็นลง มีลายสีผิดปกติ หรือเกิดอาการตามัว เห็นภาพผิดปกติ ควรรับการประเมินทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการเอง การใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตและผ่านมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหมดไปทั้งหมด จึงควรฉีดกับแพทย์ที่สามารถประเมินความเสี่ยงและมีแนวทางจัดการภาวะแทรกซ้อนที่เหมาะสม

 

ฟิลเลอร์แท้กับฟิลเลอร์ปลอมต่างกันอย่างไร?

คำว่า “ฟิลเลอร์แท้” ในบริบทของผู้บริโภคควรหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีข้อมูลกำกับชัดเจน

การตรวจสอบก่อนฉีดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ ก้อนผิดรูป และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนฉีดฟิลเลอร์

1. ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และรุ่น

ควรทราบชื่อแบรนด์ รุ่น และประเภทของสารเติมเต็มที่จะใช้จริง ไม่ควรตัดสินใจจากคำว่า “ฟิลเลอร์พรีเมียม” หรือ “ฟิลเลอร์นำเข้า” โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

2. ตรวจสอบเลขทะเบียนและข้อมูลผลิตภัณฑ์

ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์กับฐานข้อมูลหรือช่องทางทางการของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย และสอบถามแหล่งที่มาจากคลินิก

3. ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และเลขล็อต

ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ควรมีความสอดคล้องกันและสามารถตรวจสอบได้ตามระบบของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

4. สอบถามเกี่ยวกับการเปิดผลิตภัณฑ์

ผู้รับบริการควรได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะใช้และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ก่อนเริ่มหัตถการ

5. เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน

ควรตรวจสอบสถานพยาบาลและผู้ทำหัตถการให้ชัดเจน ไม่ควรเลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ดูสมบูรณ์หรือมี QR Code ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันความแท้ได้ด้วยตัวเองในทุกกรณี การตรวจสอบผ่านช่องทางทางการของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจึงมีความสำคัญ

 

 

ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์?

ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยต่อไปนี้

  • เคยมีประวัติแพ้สารเติมเต็มหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

  • เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน โดยเฉพาะกรณีไม่ทราบชนิดหรือมีฟิลเลอร์เดิมคงเหลือ

  • มีการติดเชื้อ แผล หรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด

  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของหัตถการ

  • กำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมที่อาจส่งผลต่อการเลือดออกหรือการแข็งตัวของเลือด

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีประวัติเริมบริเวณริมฝีปากและกำลังพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ปาก

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะไม่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ แต่เป็นเหตุผลที่ควรได้รับการประเมินเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจ

 

 

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างไร?

การเตรียมตัวที่เหมาะสมช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้นและช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจขั้นตอนการรักษา

1. ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข

ควรบอกให้ชัดเจนว่าต้องการแก้ไขจุดใด เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้ม หรือคางสั้น รวมถึงอธิบายผลลัพธ์ที่คาดหวัง

แพทย์จะช่วยประเมินว่าฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหานั้นหรือไม่ และอาจเสนอทางเลือกอื่นหากการฉีดไม่ตอบโจทย์

2. แจ้งประวัติการฉีดและหัตถการเดิม

หากเคยฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือทำหัตถการอื่นมาก่อน ควรแจ้งชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ทำ หากมีข้อมูลเดิมควรนำไปให้แพทย์ประกอบการประเมิน

3. แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่

ควรแจ้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง และอาหารเสริมทั้งหมด โดยเฉพาะยาที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่ง เช่น ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ด้วยตนเองเพื่อเตรียมฉีดฟิลเลอร์ หากจำเป็นต้องปรับยา ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ

4. สอบถามเกี่ยวกับความเสี่ยงและการดูแลหลังฉีด

ควรทราบว่ามีอาการใดที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ อาการใดต้องรีบพบแพทย์ และสามารถติดต่อใครได้หากเกิดปัญหาหลังทำหัตถการ

5. วางแผนเวลาให้เหมาะสม

หากมีงานสำคัญหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ ควรเผื่อเวลาสำหรับอาการบวมและรอยช้ำที่อาจเกิดขึ้น เพราะไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะไม่มีอาการเหล่านี้หลังฉีด

 

หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลหลังฉีดควรทำตามคำแนะนำของแพทย์และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เนื่องจากตำแหน่งฉีดและชนิดฟิลเลอร์อาจมีข้อควรระวังต่างกัน

หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

 

1. หลีกเลี่ยงการกดหรือคลึงบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น

ไม่ควรนวด กด หรือพยายามปรับทรงฟิลเลอร์ด้วยตนเอง เว้นแต่แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะสำหรับกรณีนั้น

2. สังเกตอาการบวมและรอยช้ำ

อาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำอาจพบได้หลังฉีด แต่หากอาการปวดเพิ่มขึ้น ผิวเปลี่ยนสีผิดปกติ หรือมีความผิดปกติทางการมองเห็น ควรรับการประเมินทางการแพทย์ทันที

3. ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายและความร้อน

ควรถามแพทย์ว่าควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก ความร้อนสูง หรือหัตถการอื่นนานเท่าใด เพราะคำแนะนำอาจแตกต่างกันตามบริเวณและชนิดของผลิตภัณฑ์

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดผิว การแต่งหน้า และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลังฉีด ไม่จำเป็นต้องหยุดผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์

5. มาติดตามผลตามนัด

หากแพทย์นัดติดตามผล ควรเข้ารับการประเมินตามกำหนด เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและพิจารณาว่าจำเป็นต้องดูแลเพิ่มเติมหรือไม่

 

 

 

 

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกให้เหมาะสมและปลอดภัย

 

การเลือกสถานพยาบาลสำหรับฉีดฟิลเลอร์ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และความชัดเจนของข้อมูล มากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

1. ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาล

ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน

2. ให้แพทย์ประเมินก่อนทำหัตถการ

การฉีดฟิลเลอร์ควรมีการประเมินปัญหา โครงสร้างใบหน้า ประวัติสุขภาพ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนเสมอ

3. ทราบชื่อและชนิดของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้

ผู้รับบริการควรได้รับข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ใดจะถูกนำมาใช้ เหมาะกับบริเวณนั้นอย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

4. มีระบบรับมือกับภาวะแทรกซ้อน

ควรถามว่าสถานพยาบาลมีแนวทางจัดการเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างไร และมีช่องทางติดต่อฉุกเฉินหรือไม่

5. ให้ข้อมูลผลลัพธ์ตามความเป็นจริง

ควรระมัดระวังคำกล่าวอ้าง เช่น สวยทันทีโดยไม่มีความเสี่ยง ไม่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง หรือรับประกันผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน เพราะหัตถการทุกชนิดมีข้อจำกัดและความเสี่ยง

6. ไม่ตัดสินใจจากราคาโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว

ราคาที่แตกต่างกันอาจเกี่ยวข้องกับชนิดผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ การประเมินของแพทย์ และรายละเอียดการบริการ จึงควรเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

 

โปรแกรม Filler ของ SparSha

สำหรับผู้ที่สนใจการเติมเต็มใบหน้า SparSha มีหน้าแนะนำบริการ Filler ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ จุดฉีดที่นิยม ผลิตภัณฑ์ และข้อควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ

ข้อมูลบนเว็บไซต์ SparSha ระบุถึงการเลือกใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid จากแบรนด์ Juvederm และ Restylane โดยผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติและจุดประสงค์การใช้แตกต่างกัน

การเลือกชนิดฟิลเลอร์และตำแหน่งฉีดควรเริ่มจากการประเมินของแพทย์ ไม่ใช่เลือกจากชื่อแบรนด์หรือรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่มีปัญหาคล้ายกันอาจเหมาะกับวิธีดูแลที่แตกต่างกัน

ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ควรสอบถามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ปัญหาที่ต้องการแก้ไขเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่

  • ผลิตภัณฑ์รุ่นใดเหมาะกับบริเวณที่ต้องการฉีด

  • ปริมาณที่จำเป็นและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้คืออะไร

  • มีความเสี่ยงหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคลอย่างไร

  • หากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะได้รับการดูแลอย่างไร

  • มีค่าใช้จ่ายและการติดตามผลหลังฉีดอย่างไรบ้าง

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลบริการได้จากหน้า Filler SparSha และควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดทุกครั้ง

 

ข้อห้าม หลังฉีดฟิลเลอร์

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ (FAQ)

1. ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าสู่เนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มปริมาตร ปรับรูปทรง หรือช่วยลดเลือนริ้วรอยบางประเภท ฟิลเลอร์มีหลายชนิด โดย HA Filler เป็นหนึ่งในประเภทที่นิยมใช้ในงานความงาม

2. ฉีดฟิลเลอร์ช่วยอะไรได้บ้าง?

ฟิลเลอร์อาจช่วยเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความอิ่มฟูของริมฝีปาก ปรับสัดส่วนคาง หรือเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตร เช่น ใต้ตาหรือขมับในผู้ที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องประเมินโดยแพทย์ก่อน

3. ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์เน้นการเติมเต็มปริมาตรหรือปรับรูปทรง ส่วนโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางบริเวณ จึงเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกัน

4. ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล ฟิลเลอร์ HA หลายชนิดอาจคงอยู่หลายเดือนถึงประมาณหนึ่งปีหรือมากกว่านั้นในบางกรณี แต่ไม่สามารถรับประกันระยะเวลาได้เหมือนกันทุกคน

5. ฟิลเลอร์สลายได้เองหรือไม่?

ฟิลเลอร์ HA จะค่อย ๆ ถูกสลายและเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการของร่างกาย แต่ระยะเวลาขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และตำแหน่งที่ฉีด ส่วนสารเติมเต็มประเภทอื่นอาจมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

6. ฟิลเลอร์ HA สามารถฉีดสลายได้หรือไม่?

แพทย์อาจใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อช่วยสลายฟิลเลอร์ HA ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ แต่ผลลัพธ์และความจำเป็นในการรักษาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การฉีดสลายไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะทำให้ปัญหาทุกชนิดหายไปได้ทั้งหมด

7. ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเจ็บ ตึง หรือไม่สบายผิวแตกต่างกันตามตำแหน่ง เทคนิค และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน ผลิตภัณฑ์บางรุ่นมีส่วนผสมของยาชา แต่ไม่ได้ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกเจ็บเลย

8. หลังฉีดฟิลเลอร์ต้องพักฟื้นไหม?

โดยทั่วไปอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำหลังฉีด ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน ระยะเวลาที่อาการลดลงขึ้นอยู่กับตำแหน่งและการตอบสนองของร่างกาย จึงควรเผื่อเวลาหากมีงานสำคัญ

9. ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับทุกคนหรือไม่?

ไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ ผิวหย่อนคล้อย หรือมีปัญหาใต้ตาจากสาเหตุอื่นอาจต้องใช้แนวทางที่แตกต่างกัน การประเมินจากแพทย์ช่วยให้ทราบว่าฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่

10. ฟิลเลอร์ปากทำให้ปากดูเป็นธรรมชาติได้ไหม?

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างริมฝีปากเดิม ชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และการวางแผนของแพทย์ ควรเลือกทรงและปริมาตรที่เหมาะกับใบหน้า ไม่ควรเพิ่มปริมาณมากเกินความจำเป็น

11. ฟิลเลอร์คางช่วยปรับรูปหน้าได้หรือไม่?

ฟิลเลอร์คางอาจช่วยปรับความยาวหรือสัดส่วนคางในผู้ที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถทดแทนการแก้ไขโครงสร้างกระดูกในทุกกรณี หากมีปัญหาการสบฟันหรือโครงสร้างขากรรไกร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

12. ฉีดฟิลเลอร์แล้วเกิดก้อนเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

ความไม่เรียบหรือก้อนบางลักษณะอาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด แต่ไม่ควรสรุปว่าเป็นเรื่องปกติทุกกรณี หากมีก้อนที่เพิ่มขนาด เจ็บ แดง ร้อน หรือเกิดขึ้นภายหลัง ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรนวดหรือกดแก้ไขด้วยตนเอง

13. ฟิลเลอร์ปลอดภัย 100% หรือไม่?

ไม่มีหัตถการฉีดใดที่รับประกันความปลอดภัยได้ 100% แม้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและทำโดยแพทย์ก็ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ การประเมินความเสี่ยงและมีแผนรับมือที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

14. ฉีดฟิลเลอร์แล้วมีอาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์?

หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีดหรือเปลี่ยนสีเป็นลายผิดปกติ ผิวเย็นลง หรือมีความผิดปกติทางการมองเห็น ควรรับการประเมินทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอให้ถึงวันนัดติดตามผล

15. เลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี?

ไม่มีแบรนด์ใดที่เหมาะกับทุกคน ควรเลือกจากผลิตภัณฑ์รุ่นที่ตรงกับบริเวณและวัตถุประสงค์การรักษา ความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ และการประเมินของแพทย์ มากกว่าตัดสินใจจากชื่อแบรนด์หรือราคาเพียงอย่างเดียว

16. ก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องงดยาหรืออาหารเสริมหรือไม่?

ควรแจ้งรายการยาทั้งหมดให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเพื่อเตรียมฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจส่งผลต่อโรคประจำตัวและสุขภาพโดยรวม

17. ฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องกลับมาฉีดซ้ำหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำตามกำหนดตายตัว ควรประเมินสภาพใบหน้าและความจำเป็นในแต่ละครั้ง หากผลลัพธ์ยังเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องเติมเพิ่มโดยอัตโนมัติ

18. ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต มีแพทย์ประเมินและทำหัตถการ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ และมีระบบดูแลเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน ควรพิจารณาความปลอดภัยและความเหมาะสมก่อนราคาโปรโมชั่น

 

เลือกฉีดฟิลเลอร์อย่างเข้าใจ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับใบหน้าของคุณ

 

ฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ปรับสัดส่วนใบหน้า หรือช่วยลดเลือนริ้วรอยบางประเภท โดยเฉพาะฟิลเลอร์กลุ่ม HA ที่มีผลิตภัณฑ์หลายรุ่นให้เลือกตามลักษณะของเนื้อเยื่อและวัตถุประสงค์การรักษา

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ไม่ได้เหมาะกับทุกคนและไม่สามารถแก้ไขปัญหาผิวทุกชนิดได้ การเลือกตำแหน่งฉีด ชนิดผลิตภัณฑ์ และปริมาณที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์และสถานพยาบาล แจ้งประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วน ทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และทราบแนวทางรับมือหากเกิดภาวะแทรกซ้อน สำหรับผู้ที่สนใจโปรแกรม Filler ของ SparSha สามารถศึกษารายละเอียดบริการและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าการฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหาและความต้องการของตนเองหรือไม่

 

การเลือกหัตถการที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการเติมเต็มให้มากที่สุด แต่คือการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ความปลอดภัย และความเข้าใจในข้อจำกัดของการรักษา

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

Ultra Lifting ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformerคืออะไร เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า