เช็ก! สุขภาพพุง ลักษณะพุงแบบนี้เรียกว่าอะไร อยากลดพุงมีวิธีไหนบ้าง?

สุขภาพพุง ลักษณะพุงแบบนี้เรียกว่าอะไร
หัวข้อในบทความ

อยากลดพุง มีวิธีไหนบ้าง?

เคยสงสัยกันไหมว่า ลักษณะพุงแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพุงกลมๆ ที่ยื่นออกมาจนเด่นชัด หรือพุงที่เป็นชั้นๆ หรือมีพุงป่องแค่หน้าท้องช่วงล่าง รวมทั้งบางคนมีรูปร่างผอมแต่ก็มีหน้าท้องป่องหรือพุงยื่นออกมาจนทำให้ขาดความมั่นใจ ดังนั้น หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่สงสัยว่า ลักษณะพุงแบบนี้เรียกว่าอะไร? เกิดจากสาเหตุอะไร สปาชาจะพาทุกท่านไปเช็กสุขภาพพุงกัน รวมไปถึงแนะนำวิธีลดพุงแต่ละแบบให้ตรงจุดด้วย จะมีวิธีอะไรบ้างตามไปอ่านกันได้เลย

ทำความรู้จัก “พุง” คืออะไร?

พุง (Belly หรือ Tummy) คือ การสะสมไขมันในช่องหรืออวัยวะบริเวณหน้าท้องมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้หน้าท้องมีลักษณะป่องหรือยื่นออกมาอย่างชัดเจน หรือผิวหนังมีความหย่อนคล้อยออกมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน การไม่ออกกำลังกาย การนั่งเป็นเวลานานๆ ไม่ได้ขยับ รวมทั้งคุณแม่หลังคลอด ก็มักจะเจอกับปัญหาเกี่ยวกับพุงได้ และจะส่งผลต่อรูปร่างและความไม่มั่นใจเป็นอย่างมาก

ลักษณะพุง มีกี่แบบ?

ลักษณะพุงหรือหน้าท้องของแต่ละคนที่ยื่นออกมาจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน โดยสามารถแบ่งลักษณะพุงออกได้หลายแบบตามสาเหตุการเกิดพุง ซึ่งมีดังต่อไปนี้

พุงกลม (Alcohol Belly)
  • ลักษณะ: มีลักษณะพุงเป็นพุงกลมมน และยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
  • สาเหตุ: เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งแอลกอออล์เป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูง มีผลต่อระบบการย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด กระเพราะอาหารย่อยได้ยาก จนทำให้มีพุงป่องออกมา รวมทั้งทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี จึงเกิดการสะสมไขมันในผิวได้ง่ายขึ้น
  • วิธีการลด: เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการงดดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง แล้วเน้นรับประทานผักและผลไม้ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้อีกด้วย
พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง (Hormonal Belly)
  • ลักษณะ: เป็นพุงที่มีลักษณะพุงด้านล่างห้อยลงมา แต่พุงด้านบนเรียบปกติ
  • สาเหตุ: เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรืออาหารที่มีรสหวานมากเกินไป เช่น อาหารประเภทข้าว ขนมปัง หรือของทอดของมัน รวมทั้งผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย และพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานทั้งวัน ไม่ค่อยขยับร่างกาย
  • วิธีการลด: เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และลดการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต รวมถึงออกกำลังกายให้มากขึ้น หรือลุกขึ้นเดินในระหว่างนั่งทำงานด้วย
พุงป่อง (Bloated Belly)
  • ลักษณะ: พุงป่องจะมีลักษณะพุงคล้ายกันกับพุงกลม แต่พุงจะแบนในตอนเช้า และจะมีพุงป่องในช่วงกลางวัน หรือเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร
  • สาเหตุ: เกิดจากการรับประทานอาหารที่ย่อยยาก ทำให้มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก จนทำให้เกิดอาการท้องอืด แล้วเกิดเป็นอาการพุงป่องตามมานั่นเอง
  • วิธีการลด: ปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร โดยให้รับประทานอาหารที่มีกากใยมากขึ้น และดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น และแนะนำให้ดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารจะช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหารได้ดี รวมทั้งควรงดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล งดมื้อดึก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พุงเครียด (Stressed Belly)
  • ลักษณะ: มีลักษณะพุงเป็นชั้นๆ หน้าท้องบวมอืดและยื่นออกมาระหว่างสะดือและกระบังลม หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “พุงเป็นชั้น” ซึ่งบางคนอาจมีจำนวน 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น ไม่เท่ากัน
  • สาเหตุ: เกิดจากความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งต่อการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้การเผาผลาญไขมันลดลง รวมทั้งลักษณะพุงเครียดนี้เกิดจากการรับประทานอาหารประเภท Junk Food และการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปด้วยเช่นกัน
  • วิธีการลด: ปรับเรื่องของความเครียด หรือสภาพจิตใจ โดยหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และลดการดื่มคาเฟอีนลง รวมทั้งเพิ่มการออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ พิลาทีส ก็จะช่วยเพิ่มการทำงานของระบบเผาผลาญและยังช่วยลดความเครียดได้ดีอีกด้วย
พุงคุณแม่ (Mommy Belly)
  • ลักษณะ: เป็นลักษณะพุงที่ห้อย และพุงยื่นๆ ออกมาเล็กน้อย
  • สาเหตุ: เกิดจากมดลูกยังไม่เข้าอู่ เพราะช่วงที่ตั้งครรภ์มดลูกจะมีการขยายตัว แล้วเมื่อคลอดบุตรออกมาแล้ว แต่มดลูกยังไม่เกิดการหดตัวเข้าที่เดิม
  • วิธีการลด: ร่างกายเริ่มกลับเข้าสู่สภาพปกติโดยจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ โดยช่วงนี้ไม่ควรหักโหมในการออกกำลังกายมากจนเกินไป แนะนำให้เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงหลังคลอด และลดอาหารกลุ่มแป้งน้ำตาล เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของไขมันขึ้นได้

มาเช็กกัน! เราเริ่มเข้าสู่ภาวะ “อ้วนลงพุง” หรือยัง?

ถ้าอยากรู้ว่าเราจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ “อ้วนลงพุง” หรือยัง และน้ำหนักตัวของเราอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ สามารถเช็คตัวเราเองได้ง่ายๆ โดยการคำนวณได้ด้วยค่าดัชนีมวลกาย BMI ดังนี้

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย BMI

“ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง 2”

การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย BMI “ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง 2”

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดการแปลผลค่า BMI ได้ดังนี้

  • ค่า BMI น้อยกว่า 18.5  แสดงถึง อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยหรือผอมกว่าปกติ เสี่ยงต่อภาวะได้รับสารอาหารไม่พอ
  • ค่า BMI 18.50-24.90 แสดงถึง อยู่ในเกณฑ์ปกติ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเท่าคนปกติ
  • ค่า BMI 25.00-29.90 แสดงถึง อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักตัวเกิน มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนปกติ      
  • ค่า BMI 30 ขึ้นไป แสดงถึง อยู่ในเกณฑ์จัดว่าเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, เบาหวาน, หลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย BMI มีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่มที่ไม่สามารถคำนวณได้ เช่น นักเพาะกาย สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตที่มีภาวะบวมน้ำ และเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต เป็นต้น

นอกจากนี้ การวัดว่าอ้วนหรือผอม ยังสามารถคำนวณด้วยสูตรการวัดเส้นรอบเอวได้ โดยการนำค่าส่วนสูง (หน่วยเป็นเซนติเมตร) หารด้วย 2 จะเท่ากับตัวเลขรอบเอวที่ไม่ควรเกินจากค่านั้น ซึ่งการวัดรอบเอวแนะนำให้วัดที่ระดับจุดกึ่งกลางใต้ชายโครงและเหนือกระดูกสะโพก

ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ส่วนสูง 160 (ซม.) หารด้วย 2 = 80 ซม. แปลว่าหากเราสูง 160 เซนติเมตร รอบเอวของเราไม่ควรเกิน 80 ซม. นั่นเอง

แนวทางป้องกันการเกิดพุง ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?

  • ลดการทานอาหารพวกของทอด ของมัน แป้ง อาหารที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูง รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • เลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์และใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ พืชตระกูลถั่ว เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น
  • หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ระบบการเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นด้วย
  • ดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารจะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และลดการรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • ขยับร่างกายระหว่างวัน หรือการยืดเส้นยืดสายเมื่อต้องนั่งเป็นเวลานานๆ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีได้ 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้การทำงานของระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีลดพุงแบบเร่งด่วน ที่ SparSha มีอะไรบ้าง?

ลดพุง ลดหน้าท้อง ด้วยหัตถการทางการแพทย์โปรแกรมสลายไขมันที่สปาชา มีดังนี้

  • Freeze Shaping
    โปรแกรมสลายไขมันด้วยความเย็น พร้อมกระชับสัดส่วน ด้วยการใช้หลักการส่งผ่านความเย็นระดับจุดเยือกแข็ง -5 ถึง -9 องศาเซลเซียส เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและตายลง แล้วขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ทำให้ผิวเนียนเรียบและกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • Belly Burn
    โปรแกรมกระชับหน้าท้อง ตีไขมันแตกกระจายด้วยแรงสั่นสะเทือนบนผิวหนัง โดยใช้นวัตกรรม Electronic Massage นวดสลายถึงไขมันชั้นลึกทั้ง 3 ชั้น ทำให้ไขมันแตกกระจายแล้วถูกเผาผลาญและขับออกจากร่างกาย ทำให้สัดส่วนลดลง พร้อมชะลอการสะสมไขมันใหม่
  • HIIT FIRM
    โปรแกรมเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ Six Pack แก้ปัญหาบริเวณที่มีไขมันมากแต่กล้ามเนื้อน้อยให้หุ่นเฟิร์มขึ้น โดยใช้คลื่น Infrared พลังงานความร้อน และ Micro Current คลื่นกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อนผสานกัน เข้าไปยังชั้นไขมันระดับลึก ทำให้ลดไขมันใต้ผิวหนังและกระชับกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อย
  • Body Contouring
    โปรแกรมสลายไขมันครบทุกส่วนในคราวเดียว 1 คอร์สได้ถึง 5 เบิร์นไขมันทั่วร่างกายเฟิร์มทุกจุดเสมือนไปฟิตเนส โดยผสานการทำงานทั้ง 5 โปรแกรม ได้แก่ 1. ปรึกษาแพทย์ตัวต่อตัว 2. ลดไขมันสะสมด้วย Circular Mechanics 3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย Hiit Firm 4. ลดเซลลูไลท์ Leg Squeezing และ 5. จัดกรอบรูปร่างด้วย Contouring Wrap ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ SparSha ช่วยให้รูปร่างให้กระชับยิ่งขึ้น

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าปัญหาพุงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน และมีลักษณะพุงที่แตกต่างกันออกไปด้วย แต่ไม่ว่าคุณจะมีพุงแบบไหน ก็ไม่ต้องกังวลไป สามารถเข้ามาปรึกษากับเราได้ที่ SparSha โดยเราจะมีแพทย์คอยให้คำปรึกษาและวางแผนวิธีการลดพุงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

บทความจากทีมแพทย์ของเรา

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

Ultra Lifting ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformerคืออะไร เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า