Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

หัวข้อในบทความ

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย ไม่กระชับ มักเกิดเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนในผิวลดลง หัตถการที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน คือ โปรแกรม Sculptra ซึ่งในบทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

หัวข้อในบทความ 

  • Sculptra ทำไมคนถึงเรียกว่า “กระตุ้นคอลลาเจน”
  • Sculptra ทำงานอย่างไรแล้วส่งผลอะไรต่อคอลลาเจนใต้ผิว
  • Sculptra เหมาะกับใคร? และใครควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ
  • ฉีด Sculptra กี่ครั้งถึงเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน และต้องดูแลอย่างไรหลังทำ
  • ถ้าอยากหน้าแน่นเฟิร์มแบบธรรมชาติ “ฉีด Sculptra” อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่

Sculptra ทำไมคนถึงเรียกว่า “กระตุ้นคอลลาเจน”

อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ร่างกายลดลง รวมไปถึงปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ทั้งแสงแดด ความเครียด การกินน้ำตาล การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาผิวตามมา เช่น ผิวหย่อนคล้อย แก้มตอบ กรอบหน้าไม่ชัด ผิวบาง ผิวแห้งกร้าน ริ้วรอยต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดเมื่อคอลลาเจนใต้ผิวลดน้อยลง หลายคนจึงเลือกวิธีการฉีด Sculptra เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเปล่งปลั่งกระชับอีกครั้ง  

Sculptra คือ สารกำเนิดคอลลาเจนในรูปแบบฉีดที่ประกอบด้วยอนุภาค PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ในกลุ่มสารที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติได้ (Biostimulator) การฉีด Sculptra ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) ได้มากถึงร้อยละ 66.5 หลังจากฉีด 3 เดือน คอลลาเจนชนิดที่ 1 เป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อความอ่อนเยาว์ของผิว เพราะเป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อในร่างกาย ถือเป็น “โครงสร้างหลักของผิวหนัง” การเลือกวิธีการฉีด Sculptra เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวแข็งแรง ค่อยๆ ฟื้นฟู ริ้วรอยบนใบหน้าลดลง ใบหน้ายกกระชับในระยะยาวนานได้ถึง 2 ปี

Sculptra ทำงานอย่างไรแล้วส่งผลอะไรต่อคอลลาเจนใต้ผิว

Sculptra เป็นสารในกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในเรื่องของการยกกระชับผิว ลดการหย่อนคล้อย ฟื้นฟูผิวให้มีความเต่งตึง ยืดหยุ่น และอ่อนเยาว์ขึ้น ใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์เป็นต้นไป จึงจะค่อยๆ เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยภาพรวมกลไกการทำงานของ Sculptra ในแต่ละขั้นตอน มีดังนี้

 ขั้นตอนกลไกการทำงาน ผลลัพธ์
1การเตรียม Sculptraแพทย์เตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูปแบบของ Active form ด้วยการผสมกับน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ (Sterile Water) 
2การฉีด Sculptraแพทย์จะฉีดสาร PLLA เข้าไปในผิวชั้นลึก (Subcutaneous) ในระดับความลึก 1.5-2 มิลลิเมตรสาร PLLA ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง
3การกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว (Macrophages)สาร PLLA ที่อยู่ใต้ผิวหนัง กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ให้เข้ามาฝังตัวรอบๆ บริเวณเซลล์เม็ดเลือดขาวส่งสัญญาณเรียกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้มาอยู่บริเวณรอบๆ ที่มีสาร PLLA อยู่
4การสร้างคอลลาเจนเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวเหล่านี้ จะทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนังผิวหน้งจะค่อยๆสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ อย่างค่อยเป็นค่อยไป 
5สาร PLLA สลายตัวเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งสาร PLLA จะสลายตัวไป กระบวนการสร้างคอลลาเจนยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ ในช่วงเดือนที่ 4-6 หลังฉีดผิวยกระชับ อิ่มฟู กระจ่างใส ริ้วรอยลดลง ผิวแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ

การฉีด Sculptra จะช่วยเรื่องอะไรบ้าง อับดับแรก การฉีด Sculptra ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามธรรมชาติ เมื่อผิวมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่เรื่อยๆ จะส่งผลให้ผิวมีความเติมเต็ม ใบหน้ายกกระชับ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างใต้ผิวชั้นลึก ริ้วรอยบนใบหน้าลดน้อยลง ผิวกระจ่างใส แข็งแรง อิ่มฟู แน่นกระชับ จะเห็นได้ว่าผิวหน้าดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ สามารถคงสภาพยาวนานกว่า 2 ปี

Sculptra เหมาะกับใคร? และใครควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ

Sculptra เป็นนวัตกรรมใหม่ทางด้านการฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน มีประสิทธิภาพโดดเด่น การฉีด Sculptra เหมาะกับใคร  การฉีด Sculptra เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิว ดังนี้

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปี ขึ้นไป เป็นช่วงที่คอลลาเจนจะสร้างได้น้อยลง การฉีด Sculptra จึงทำเพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม แพทย์อาจจะวางแผนรักษาโดยเน้นการฉีดในบริเวณที่จะกระจายตัวยาได้อย่างเหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ผิวกลับมาสดใสเปล่งปลั่ง 
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ไม่ว่าจะสาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือพฤติกรรมความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ แพทย์อาจจะวางแผนรักษาโดยฉีดบริเวณแนวกระดูกกราม และช่วงแก้มด้านข้าง เพื่อให้กรอบหน้าชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยได้
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่าย ขาดความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น แพทย์อาจจะวางแผนรักษาโดยฉีดบริเวณร่องแก้มและร่องน้ำหมาก เพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นผิวลึก
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวแข็งแรงจากภายใน กรณีนี้แพทย์จะเน้นไปที่การกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ การวางแผนรักษา แพทย์อาจจะฉีดบริเวณที่เป็นโครงสร้างหลักของใบหน้า อย่างขมับและโหนกแก้ม
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเองของร่างกาย ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือตึงเกินไป
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน เนื่องจากเป็นการทำหัตถการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสามารถคงสภาพได้ในระยะยาวกว่า 2 ปี

นอกจากนั้น ในการประเมินและการวางแผนการรักษา และการระบุตำแหน่งการฉีด แพทย์จะประเมินจากองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

  • โครงสร้างใบหน้าและปัญหาผิว 
  • อายุและระดับการสูญเสียคอลลาเจน 
  • เป้าหมายและความต้องการของผู้เข้ารับบริการ 
  • ความสมดุลและสัดส่วนของใบหน้าโดยรวม

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการฉีด Sculptra 

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA (Poly-L-Lactic Acid)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา
  • ผู้ที่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่ฉีด 
  • ผู้ที่กำลังรับประทานยากดภูมิ หรือยาสเตียรอยด์
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด 
  • ผู้ที่มีประวัติการเกิดคีลอยด์ หรือผิวหนังสร้างคอลลาเจนมากเกินไป อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง

ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจจะทำหัตถการ Sculptra ผู้ที่มีความกังวลในเรื่องอาการแพ้หรือความผิดปกติต่างๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ พร้อมทั้งแจ้งประวัติสุขภาพ การแพ้ยา การแพ้อาหารเสริม และประวัติโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมก่อน ซึ่งการฉีด Sculptra จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ฉีด Sculptra กี่ครั้งถึงเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน และต้องดูแลอย่างไรหลังทำ

การฉีด Sculptra มีกลไกที่ทำงานแตกต่างจากหัตถการอื่นๆ เพราะผลลัพธ์จะไม่เห็นทันทีที่ทำ แต่ผิวที่ถูกกระตุ้นคอลลาเจนจะดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสามารถแบ่งไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

  • ช่วงหลังฉีด Sculptra ทันที จนถึง 3 วันแรก
    • ใบหน้าดูเติมเต็มเนื่องจากผิวหน้าได้รับการฉีดน้ำและสารเข้าไปใต้ชั้นผิว 
    • เมื่อปริมาณน้ำและสารถูกดูดซึม จะเหลือเพียงอนุภาค sculptra เท่านั้น ใบหน้าจะกลับสู่สภาพเดิม
    • เป็นช่วงที่ร่างกายต้องอาศัยเวลาในการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวก่อน
  • ช่วงหลังฉีด Sculptra 2-3 สัปดาห์
    • สาร PLLA เริ่มกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่อยู่ใต้ผิวหนังให้สร้างคอลลาเจนใหม่ 
    • ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงภายนอกมากนัก เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นกระบวนการสร้างคอลลเจนใต้ผิวหนัง
  • ช่วงหลังฉีด Sculptra 2-3 เดือน
    • ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนชุดใหม่
    • เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวในทางที่ดีขึ้น 
    • ผิวจะมีความแน่นกระชับ 
    • คุณภาพผิวโดยรวมดูแข็งแรง ผิวละเอียดขึ้น 
    • การเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ยังไม่ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดของการฉีด Sculptra 
  • ช่วงหลังฉีด Sculptra 3-6 เดือน
    • เป็นช่วงที่จะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน 
    • คอลลาเจนได้รับการกระตุ้นการสร้างอย่างเต็มที่ 
    • ผิวหน้าได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาจะดูหนาแน่น กระชับ 
    • ผิวที่เคยหย่อนคล้อยลดลง ร่องลึกดูตื้นขึ้น 
    • ผิวอิ่มฟู อ่อนเยาว์และมีคุณภาพแข็งแรง

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีด Sculptra สามารถคงอยู่ได้ยาวนานกว่าถึง 2 ปี อาจจะต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง โดยทำต่อเนื่องประมาณ​ 2-3 ครั้ง ในช่วงแรก แต่ละครั้งระยะเวลาห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อเป็นการปรับสภาพผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินรายละเอียดของแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เนื่องจากปัญหาผิวแตกต่างกัน

หลังฉีด Sculptra อาจจะมีอาการข้างเคียงบ้างเล็กน้อย เช่น อาการปวด บวม หรือมีรอยแดงเล็กๆ บริเวณที่ฉีด อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่เกิดได้ทั่วไป และมักจะหายเองได้ใน 2-3 วัน 

วิธีการดูแลตัวเองหลังจากฉีด Sculptra สามารถทำได้ดังนี้

  • การนวดหน้าโดยใช้หลัก 5-5-5 ตามคำแนะนำของแพทย์ คือ การนวดหน้าเบาๆ ประมาณ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อช่วยกระจายตัวยา และลดความเสี่ยงการเกิดก้อนเล็กๆ
  • การประคบเย็น ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีด Sculptra เพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ 
  • การดื่มน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจนได้ผลดียิ่งขึ้น
  • การหมั่นทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงแดดจัด เพื่อป้องกันผิวอักเสบ และป้องกันไม่ให้คอลลาเจนเสื่อมเร็ว
  • การพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและผิวฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ช่วยให้การสร้างคอลลาเจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้าอยากหน้าแน่นเฟิร์มแบบธรรมชาติ “ฉีด Sculptra” อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่

Sculptra เป็นนวัตกรรมการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังชั้นลึก เรียกว่าเป็น Collagen Biostimulator มีจุดเด่นในด้านการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง ลดความหย่อนคล้อย ผู้ที่มีปัญหาผิวซึ่งมีสาเหตุมาจากความสามารถในการสร้างคอลลสเจนลดลง หากมีความสนใจฉีด Sculptra ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเพื่อความปลอดภัย โดยแพทย์จะประเมินออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพได้ ทั้งนี้ ผู้สนใจควรทำความเข้าใจว่าการฉีด Sculptra จะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด 

ปัจจุบันหลายคนมองหาบริการโปรแกรม Sculptra ที่มีมาตรฐาน เพราะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งที่ SparSha เป็นสถาบันเสริมความงามที่ครบเครื่องทั้งในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีและมาตรฐานการรักษามายาวนานตลอด 24 ปี เป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยม เห็นได้จากรีวิวของผู้ใช้บริการจริง รวมไปถึงการมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับสุขภาพผิวของแต่ละคนอีกด้วย

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

บทความจากทีมแพทย์ของเรา

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร? เปิด 7 วิธีฟื้นผิวให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

ยกกระชับหน้า วิธีไหนเหมาะกับใคร รวม 7 วิธีทั้งเครื่อง ร้อยไหม ฉีด และผ่าตัด พร้อมแนะนำเลือกให้เหมาะกับผิว แก้ปัญหาหน้า...

Ultraformer คืออะไร? เทคโนโลยีช่วยยกกระชับใบหน้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา ผิวหย่อนคล้อย

Ultraformer เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วย HIFU ช่วยยกหน้า ลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียวโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใคร อ่านครบ...

Sculptra คืออะไร? ช่วยเรื่องไหน เหมาะกับใคร และต้องรู้อะไรก่อนฉีด

Sculptra คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง ทำความรู้จักกับ Sculptra ทั้งในด้านกลไกการทำงาน การให้ผลลัพธ์ และวิธีการดู...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า