Our Services

Sculptra คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว (Filler)

Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน
ย้อนคืนผิวเด็ก ผิวนุ่มเด้ง เปล่งปลั่งอย่างมีคุณภาพ

โปรแกรม Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

แน่นอนว่าเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ก็คงจะเป็นใบหน้าของเราที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของเราก็จะเริ่มลดลง โดยปกติร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อมีอายุประมาณ 45 ปี การสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลงมากขึ้น จึงทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าผิวมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเดิม เนื่องจากคอลลาเจนนั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพยุงโครงสร้างของผิว เมื่อคอลลาเจนลดลงก็จะทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเสียรูปทรงได้

ปัจจุบันวงการแพทย์ด้านความงามจึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมการฟื้นฟูผิวแบบใหม่ด้วยโปรแกรม Sculptra ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ส่งผลทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับเต่งตึง ผิวแข็งแรง แลดูอ่อนกว่าวัยขึ้นนั่นเอง

“Sculptra มอบผิวใหม่ฉ่ำเด้ง คืนผิวเด็กแบบก้าวกระโดด กระตุ้นการสร้าง Collagen Type 1 ได้สูงถึง 66.5% ผลลัพธ์ยาวนานกว่า 2 ปี”

นวัตกรรม Sculptra คืออะไร? กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวได้อย่างไร?

Sculptra คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งถือว่าเป็น The First & Original Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดย Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปยังส่วนลึกของชั้นผิวหนังแท้อนุภาค PLLA จะกระจายไปทั่วผิว โดยอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณเซลล์ไฟโบรบาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนและช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวภายใน ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของโปรแกรม Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Collagen (คอลลาเจน) องค์ประกอบสำคัญของผิวก่อน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง ที่จะช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น และผิวแก่ก่อนวัย

  • ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวให้เต่งตึง
  • เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านของผิว
  • ช่วยให้โครงสร้างชั้นผิวภายในมีความแข็งแรง
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว
  • ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เจริญเติบโต

ในร่างกายของคนเราจะมีคอลลาเจนด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่สำคัญสามารถพบได้บ่อยและควรรู้จักมีด้วยกัน 5 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีความแข็งและยืดหยุ่นได้ดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • คอลลาเจน Type 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจะพบมากในผิวหนัง ผนังหลอดเลือด และเส้นเอ็น มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เนื่อเยื่อฉีดขาด ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย
  • คอลลาเจน Type 2 (Collagen Type II) เป็นคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Type 1 ซึ่งจะพบมากในกระดูกและข้อต่อ ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน กระตุ้นการให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรองรับน้ำหนักและข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวสะดวก และลดการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ
  • คอลลาเจน Type 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากอยู่ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งมักพบร่วมกับคอลลาเจน Type 1 แต่พบในอัตราส่วนที่น้อยกว่า และไม่แข็งแรงเท่ากับคอลลาเจน Type 1 ซึ่งจะช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • คอลลาเจน Type 4 (Collagen Type IV) เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบมากในบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด
  • คอลลาเจน Type 5 (Collagen Type V) เป็นคอลลาเจนที่พบในกระจกตา เส้นผม ผิวหนัง และในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และช่วยจัดเรียงเซลล์ผิวให้เป็นระเบียบ

จะเห็นว่าคอลลาเจน Type 1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผิวหนัง และเป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อผิวหนังที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุด แต่ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว 1-2 % ต่อปี และเมื่ออายุ 45 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ผิวแห้งกร้าน และมีร่องลึกมากขึ้น Sculptra จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือนนั่นเอง

ทำความรู้จัก Collagen (คอลลาเจน) คืออะไร? มีความสำคัญต่อผิวอย่างไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของโปรแกรม Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Collagen (คอลลาเจน) องค์ประกอบสำคัญของผิวก่อน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง ที่จะช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น และผิวแก่ก่อนวัย

ความสำคัญของคอลลาเจนที่มีต่อผิวหนัง ได้แก่

  • ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวให้เต่งตึง
  • เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านของผิว
  • ช่วยให้โครงสร้างชั้นผิวภายในมีความแข็งแรง
  • ผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว
  • ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เจริญเติบโต

สำหรับ PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder โดยจะบรรจุอยู่ภายในขวด ซึ่งกระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง มีดังนี้

  • Sculptra จะต้องถูกผสมด้วย Sterile Water ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
  • เมื่อทำการฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกแล้ว ตัวยาจะเริ่มกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิวบริเวณที่ฉีด
  • ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเติมเต็มและอิ่มฟูทันทีหลังการฉีด Sculptra เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไป
  • หลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของ Sculptra ซึ่งอาจจะทำให้เห็นร่องลึก หรือริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
  • ต่อมา Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของ Sculptra จำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ที่เป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
  • หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของ Sculptra จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน จึงช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว
  • Sculptra สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมทั้งช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนานกว่า 25 เดือน
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขึ้น
  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ตื้นขึ้น
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและนุ่มชุ่มชื้น
  • ผิวแข็งแรง ดูแน่นอิ่มฟู ไม่หยาบกร้าน

Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งช่วยทำให้ผิวดูยกกระชับ ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า Sculptra ตอบโจทย์กับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวมีริ้วรอย และต้องการจัดการกับปัญหาผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น โดยผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดด้วยนวัตกรรม Sculptra ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ผิวมีริ้วรอยที่เห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี

สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งด้วยกัน โดยหลัก ๆ จะนิยมทำการฉีดบริเวณ ขมับ หน้าแก้ม (Midface) ใต้โหนกแก้มด้านข้าง กรอบหน้า นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ไม่แนะให้ฉีดเข้าไปตรง ๆ ในบางตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณหน้าผาก, จมูก, ใต้ตา, ร่องแก้ม, ปาก, ร่องน้ำหมาก เป็นต้น

ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Sculptra ผิวของเราจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผิว ดังนี้
  • รู้สึกถึงผิวที่ตึงกระชับขึ้น
  • ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น
  • ผิวแน่น อิ่มฟู ดูเรียบเนียน
  • บริเวณของผิวที่ขาด volume จะค่อยๆ เต็มขึ้น
  • ริ้วรอยลดเลือนลง และรอยยับบนใบหน้าตื้นขึ้น
  • ผิวแข็งแรงขึ้น มีความยืดหยุ่นดีขึ้น

ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra นั้นจะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยจะเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

  1. เข้ารับการประเมินปัญหาและสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทำการฉีดจริง
  2. ก่อนทำการฉีด แพทย์จะแปะยาชาเป็นเวลาประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการแสบในขณะที่ฉีด
  3. ระหว่างรอยาชาแพทย์จะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยการผสม Sculptra เข้ากับ Sterile water เพื่อพร้อมใช้งาน
  4. แพทย์จะทำการฉีด Sculptra ที่พร้อมใช้แล้วลงใต้ชั้นผิว 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ซึ่งจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีที่สุด
  5. เมื่อฉีดเสร็จอาจมีรอยเข็ม และมีอาการบวมซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการนวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น

หลังจากฉีด Sculptra ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple 5 เพื่อให้อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้า และไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 จะเป็นการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน (5 ครั้ง 5 นาที 5 วัน) ซึ่งแนะนำให้นวดทันทีหลังฉีด โดยการนวดลงน้ำหนักมือเป็น Vector ตามแนวกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการนวดมีด้วยกัน 4 Step ดังนี้

  • Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้กำปั้นค่อย ๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปด้านข้างขมับ
  • Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบไปบริเวณหน้าแก้มทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปข้าง ๆ แก้ม โดยที่ยังนวดอยู่ไม่หยุด
  • Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณข้าง ๆ แก้ม แล้วค่อย ๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นบนไปจนถึงโหนกแก้ม ให้ทำซ้ำไปมาหลาย ๆ รอบ
  • Step 4 ทำมือแบบ Step 2 โดยยกนิ้วโป้งขึ้น นวดเริ่มจากบริเวณคางไล่ไปเรื่อย ๆ ตามแนวกรามของกรอบหน้าด้านข้าง

เปรียบเทียบ Sculptra กับการรักษาด้วยโปรแกรมอื่นๆ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

Sculptra คือ สาร PLLA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ โดยจะกระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen type 1 มากขึ้นถึง 66.5% ช่วยบำรุงผิวจากโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน พร้อมช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเรียบเนียนให้กับผิว เริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป จะเห็นผลชัดเจนที่ประมาณ 2-3 เดือน และสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 25 เดือน
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติเด่นช่วยเติมเต็มและเพิ่ม volume ให้ผิวอย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยต่างๆ และร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูเรียบเนียน ผิวชุ่มชื้น พร้อมปรับรูปหน้าให้มีมิติยิ่งขึ้น เห็นผลได้ทันทีหลังทำ โดยสามารถคงผลลัพธ์ยาวนานถึง 6-12 เดือน

สำหรับ Sculptra จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น การฉีดสารชนิดนี้จึงช่วยให้ผิวหนังเกิดความกระชับ เรียบเนียน ยืดหยุ่น และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
ในส่วนของ Radiesse เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่มีส่วนประกอบหลัก คือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของสารกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกับ Sculptra แต่จะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน โดย Sculptra จะออกฤทธิ์ไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ส่งสัญญาณไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast เพื่อสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แต่ Radiesse จะเข้าไปจับกับ Fibroblast โดยตรง เพื่อกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังที่มีการยุบตัวให้กลับมาเต็มขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวแน่นเฟิร์มกระชับ และมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้นนั่นเอง

ในร่างกายของคนเราจะมีคอลลาเจนด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่สำคัญสามารถพบได้บ่อยและควรรู้จักมีด้วยกัน 5 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีความแข็งและยืดหยุ่นได้ดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • คอลลาเจน Type 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจะพบมากในผิวหนัง ผนังหลอดเลือด และเส้นเอ็น มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เนื่อเยื่อฉีดขาด ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย
  • คอลลาเจน Type 2 (Collagen Type II) เป็นคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Type 1 ซึ่งจะพบมากในกระดูกและข้อต่อ ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน กระตุ้นการให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรองรับน้ำหนักและข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวสะดวก และลดการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ
  • คอลลาเจน Type 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากอยู่ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งมักพบร่วมกับคอลลาเจน Type 1 แต่พบในอัตราส่วนที่น้อยกว่า และไม่แข็งแรงเท่ากับคอลลาเจน Type 1 ซึ่งจะช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • คอลลาเจน Type 4 (Collagen Type IV) เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบมากในบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด
  • คอลลาเจน Type 5 (Collagen Type V) เป็นคอลลาเจนที่พบในกระจกตา เส้นผม ผิวหนัง และในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และช่วยจัดเรียงเซลล์ผิวให้เป็นระเบียบ

จะเห็นว่าคอลลาเจน Type 1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผิวหนัง และเป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อผิวหนังที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุด ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วยอายุ 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว 1-2 % ต่อปี และเมื่ออายุ 45 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ผิวแห้งกร้าน และมีร่องลึกมากขึ้น Sculptra จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือนนั่นเอง

Sculptra คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งถือว่าเป็น The First & Original Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดย Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปยังส่วนลึกของชั้นผิวหนังแท้อนุภาค PLLA จะกระจายไปทั่วผิว โดยอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนและช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวภายใน ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder โดยจะบรรจุอยู่ภายในขวด ซึ่งกระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง มีดังนี้

  • Sculptra จะต้องถูกผสมด้วย Sterile Water ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
  • เมื่อทำการฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกแล้ว ตัวยาจะเริ่มกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิวบริเวณที่ฉีด
  • ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเติมเต็มและอิ่มฟูทันทีหลังการฉีด Sculptra เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไ
  • หลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของ Sculptra ซึ่งอาจจะทำให้เห็นร่องลึก หรือริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
  • ต่อมา Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของ Sculptra จำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ที่เป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
  • หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของ Sculptra จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน จึงช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว
  • Sculptra สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมทั้งช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนานกว่า 25 เดือน
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขึ้น
  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เต็มเติมริ้วรอยร่องลึกให้ตื้น
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและนุ่มชุ่มชื้น
  • ผิวแข็งแรง ดูอิ่มฟู ไม่หยาบกร้าน

Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งช่วยทำให้ผิวดูยกกระชับ ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า Sculptra ตอบโจทย์กับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวมีริ้วรอย และต้องการจัดการกับปัญหาผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น โดยผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดด้วยนวัตกรรม Sculptra ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ผิวมีริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ที่เกิดขึ้นตามวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในให้แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี

สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งด้วยกัน โดยหลัก ๆ จะนิยมทำการฉีดบริเวณ ขมับ หน้าแก้ม (Midface) ใต้โหนกแก้มด้านข้าง กรอบหน้า นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ไม่แนะให้ฉีดเข้าไปตรง ๆ ในบางตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณหน้าผาก, จมูก, ใต้ตา, ร่องแก้ม, ปาก, ร่องน้ำหมาก เป็นต้น

จำนวนการรักษาด้วย Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากปัญหาของสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จำนวนครั้งที่ต้องทำก็อาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งโดยทั่วไปหากเป็นผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มากนัก ควรฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ หรือแนะนำให้ฉีดตามช่วงอายุ 10 ปี ต่อการฉีด Sculptra 1 ขวด เช่น ถ้ามีอายุ 30 ปี แนะนำให้ฉีด 3 ขวด โดยแบ่งฉีด 1 ขวดต่อ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของแพทย์ผู้ประเมินและพิจารณา

หลังจากฉีด Sculptra ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple 5 เพื่อให้อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้า และไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 จะเป็นการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน (5 ครั้ง 5 นาที 5 วัน) ซึ่งแนะนำให้นวดทันทีหลังฉีด โดยการนวดลงน้ำหนักมือเป็น Vector ตามแนวกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการนวดมีด้วยกัน 4 Step ดังนี้

  • Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้กำปั้นค่อย ๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปด้านข้างขมับ
  • Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบไปบริเวณหน้าแก้มทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปข้าง ๆ แก้ม โดยที่ยังนวดอยู่ไม่หยุด
  • Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณข้าง ๆ แก้ม แล้วค่อย ๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นบนไปจนถึงโหนกแก้ม ให้ทำซ้ำไปมาหลาย ๆ รอบ
  • Step 4 ทำมือแบบ Step 2 โดยยกนิ้วโป้งขึ้น นวดเริ่มจากบริเวณคางไล่ไปเรื่อย ๆ ตามแนวกรามของกรอบหน้าด้านข้าง
  1. เข้ารับการประเมินปัญหาและสภาพผิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดจริง
  2. ก่อนทำการฉีด แพทย์จะแปะยาชาเป็นเวลาประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการแสบในขณะที่ฉีด
  3. ระหว่างรอยาชาแพทย์จะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยการผสม Sculptra เข้ากับ Sterile water เพื่อพร้อมใช้งาน
  4. แพทย์จะทำการฉีด Sculptra ที่พร้อมใช้แล้วลงใต้ชั้นผิว 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ซึ่งจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีที่สุด
  5. เมื่อฉีดเสร็จอาจมีรอยเข็ม และมีอาการบวมซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการนวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น

ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Sculptra

ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra จะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ

วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra

  • งดการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่น ๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นต้น ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันอาการพกช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนเข้ารับการรักษา
  • หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด
  • ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

ข้อปฎิบัติการดูแลตัวเองหลังทำ Sculptra

  • สามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
  • งดการแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
  • งดการอบซาวน่า การอบไอน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการโดนความร้อน สัมผัสแสงแดดและแสงยูวี เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ หลังจากฉีด Sculptra ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • ควรงดการออกกำลังกายหักโหม ประมาณ 2-3 วัน
  • ควรนวดหน้าตามหลัก Triple 5 เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า

ข้อควรระวัง/
ข้อห้ามในการรักษาด้วย Sculptra

ข้อห้ามหรือควรระวังที่ไม่เหมาะสำหรับฉีดให้กับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA (Poly-L-Lactic acid)
  • มีประวัติ multiple severe allergies และมีอาการแพ้ที่รุนแรง (anaphylactic shock)
  • ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อของผิวหนังบริเวณทที่ฉีด เช่น สิว เริม ก้อนซีสต์ หรือผดผื่นอักเสบ
  • มีประวัติ keloids and hypertrophic scars
  • ผู้ที่มีประวัติฉีดสารซิลิโคน หรือ Permanent filler บริเวณใบหน้า

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

น้องเซย่า น้องมิย่า

ดารา/ นักแสดง

 

“ลูกสาวคนสวยของ คุณพีท ทองเจือ เติมวิตามินบำรุงผิวให้สวยทั่วเรือนร่าง ด้วย IV Drip ที่สปาชา”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณน้ำชา ชีรณัฐ

น้องร้อง/ นักแสดง

 

“ไว้วางใจให้สปาชาดูแล ก็จัด Sculptra ฟื้นผิวให้เปล่งปลั่ง ดูเด็กอยู่เสมอไปเลยสิคะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณเอ พศิน

ดารา / นักแสดง

 

“ออกกล้องถ่ายละครต้องมั่นใจ อยากให้ผิวอิ่มฟู ดูเด็กลงทุกปี สปาชาก็เสิร์ฟ Sculptra ให้เลยค่ะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณพีท ทองเจือ

ดารา / นักแสดง

 

“ ดารา-นักแสดงชื่อดัง ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังทำอะไรแดดดี้ไม่ได้ เพราะคุณพีท มีเคล็ดลับ Ultherapy SPT อันดับ 1 นวัตกรรม ยกหน้าตึงที่เซเลบริตี้..เลือกทำมากที่สุด”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณเจ็ง วิไลลักษณ์

ภรรยาคุณพีท ทองเจือ

 

“เผยเคล็ดลับอัปสเกลความปัง จากคุณแม่เป็นเพื่อนสาว ต้อง Morpheus Pro by SparSha เปลี่ยนผิวยับ ผิวย้อยให้กลับมาเฟียสได้อีกครั้งเลยค่ะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณใบหม่อน กิตติยา

ดารา / นักแสดง

 

“นางเอกสาวสวย ก็มาจัดเต็มทั้งดูแลรูปร่างและผิวหน้า เพื่อออกกล้องแล้วเป๊ะ สมบูรณ์แบบค่ะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณดาว พิมทอง

ดารา / นักแสดง

 

“นางร้ายหน้าสวยของเรา จัดเต็มทั้งผิวหน้าและผิวตัว สวยทั่วเรือนร่างของจริงค่ะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณซาร่า คาซิงกินี

ดารา / นักแสดง

 

“คุณแม่ลูกสอง ที่ยังสวยฉ่ำทุกครั้งที่พบเจอ ก็ไม่ลืมดูแลน้องสาว ด้วยโปรแกรม Mini Repair ให้กลับมาฟิต กระชับ เป็นคุณแม่แบบเริ่ดๆ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณเจมส์ เรืองศักดิ์

ดารา / นักแสดง

 

“ขอจัด Sculptra ทวงคืนผิวเด็กที่สปาชาเท่านั้น!”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณจิ๊ก เนาวรัตน์

ดารา / นักแสดง

 

“อยากยกหน้าแบบจึ้ง ก็ต้อง UltherapySPT ที่สปาชาสิคะ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณแชมเปญ เอ็กซ์

ดารา / นักแสดง

“ อีกหนึ่งเคล็ดลับ ที่ไม่เคยบอกที่ไหน มันช่วยได้จริงๆ สำหรับคนที่รูปร่างไม่กระชับไม่เฟิร์ม ”

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

คุณเพชรจ้า

ดีเจ/พิธีกร

เซเลบริตี้ เลือกทำมากที่สุดยกหน้าตึงดึงผิวกระชับ โดยไม่ต้องพึ่งการตัด

Testimonials
& Reviews

รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า